ความหมายเพลง “cry jar” ของ pami พูดถึงความสัมพันธ์ที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่อยากให้รู้ไว้ถ้าไม่ได้คิดที่จะรักษาความสัมพันธ์ หรือทำแต่เรื่องให้เสียใจ ร้องไห้ ก็มีราคาที่ต้องจ่าย ขอรับเป็นเงินชดเชยพอ
ความหมายเพลง "Carla's Song" ของ Harry Styles พูดถึงการให้กำลังใจในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอะไร ต่อให้ร้ายหรือดีแค่ไหน แค่อยากให้รู้ไว้ว่าพื้นที่ตรงนี้ที่มีให้ พร้อมต้อนรับเสมอไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ไหนก็ตาม หันกลับมาเมื่อไรก็จะมีพื้นที่ให้ได้พักใจอยู่ตรงนี้
ความหมายเพลง "Forever Young" ของ Alphaville พูดถึงความหวาดกลัว และความหวัง เป็นเพลงที่แต่งขึ้นท่ามกลางบรรยากาศของสงครามเย็น ในยุคที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปอีกยืนยาว หรืออาจจะโดนทิ้งระเบิดซะก่อน แต่สิ่งที่ทำได้คือการมองหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่ทุกอย่างจะพังลง เหมือนกับการตักตวงช่วงเวลาแห่งความเยาว์วัยเอาไว้
ความหมายเพลง "Self Aware" ของ Temper City พูดถึงการที่รู้ทันความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ต่อให้อยากจะโกหกหลอกตัวเองแค่ไหน แต่ก็ทำไม่ได้เพราะความจริงมันค้ำคออยู่ ถึงจะรู้ว่าความสัมพันธ์นี้ไม่มีทางไปกันรอด คงไม่สามารถแบกรับความคาดหวังของใครได้ ขอแค่แกล้งทำเหมือนความสัมพันธ์นี้ดูเป็นไปได้ก็พอใจแล้ว
ความหมายเพลง "Hopelessly Devoted To You" ของ Olivia Newton-John พูดถึงความรู้สึกที่หลงรักอย่างหมดใจ เป็นความรักที่ขอเพียงได้รักก็พอถึงจะไม่ได้ตอบรับรักก็ไม่เป็นไร ยังไงก็จะขอรัก และรอคอยต่อไป ไม่ว่าใครจะมองว่าเป็นความโง่แต่ก็ขอยอมรับไว้เพราะเป็นความโง่ที่ได้เลือกเองอย่างเต็มใจ
ความหมายเพลง "California And Me" ของ Laufey พูดถึงการที่เจอคนที่คิดว่าเป็นคนที่ใช่ และทุกอย่างก็ดูไปได้ด้วยดี เปรียบเทียบเหมือนกับการได้เจอบรรยากาศใหม่ๆ ในแคลิฟอร์เนีย แต่แล้วทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เขาคนนั้นเลือกที่จะกลับไปหาคนเก่า ที่เปรียบเหมือนการกลับไปยังนิวยอร์กที่เป็นสถานที่ที่คุ้นเคย และทิ้งแคลิฟอร์เนียไว้เบื้องหลัง