ในยุค 2020s ปฏิเสธมิได้ว่า Joji อยู่ในจุดสูงสุดของ R&B สายหม่นซึม ด้วยเสียงร้องสไตล์ sad boy ผสานกับโปรดักชันแบบ lo-fi ทำให้เพลงของ Joji กลายเป็นตัวแทนคนยุคนี้ที่ต้องเผชิญกับความโศกเศร้า หลงทาง และการที่ไม่สามารถมูฟออนจากอดีตได้
ความหมายเพลง "Sojourn" ของ Joji พูดถึงความสัมพันธ์รักที่รู้ดีว่า ความสัมพันธ์นี้จะเป็นเพียงรักชั่วคราว แต่ก็ขอใช้ช่วงเวลาที่ยังมีกันซึมซับความทรงจำของช่วงเวลาไว้ให้นานที่สุด ก่อนที่จะถึงวันที่ต้องจากลา
ความหมายเพลง "Last Of A Dying Breed" ของ Joji พูดถึงการทำความเข้าใจความรู้สึกที่แปลกแยก จิตวิญญาณที่หาไม่ได้อีกแล้วในปัจจุบัน ความโดดเดี่ยวของความรู้สึกที่แตกต่างจากคนอื่นๆ แต่ในขณะเดียวกันความแตกต่างนั้นคือสิ่งที่ทำให้เป็นอิสระที่จะค้นพ้นความสงบที่ไม่ใช่ว่าใครจะได้พบเจอ
ความหมายเพลง "Will He" ของ Joji พูดถึงคนรักเก่าที่เลิกรากันไปแล้ว และคนรักเก่าได้มีคนใหม่ ส่วนลึกในใจเต็มไปด้วยความใจสลายแต่ยังไม่อยากจะยอมที่ปล่อยไปจากใจ จนแสดงออกมาเหมือนมั่นใจว่าคนใหม่ของคนเก่าไม่สามารถแทนที่ตัวเองได้ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงที่น่าเศร้าว่าต่อให้จะดีแค่ไหน หรือคนใหม่จะแย่กว่ายังไง สุดท้ายก็กลายเป็นแค่อดีตอยู่ดี
ความหมายเพลง "Slow Dancing In The Dark" ของ Joji พูดถึงการยอมรับความเจ็บปวดจากความรักที่กำลังจางหายไป ทั้งที่ยังพยายามประคองความสัมพันธ์นี้ไว้ แม้จะไม่เหลือความสุขอะไรอีกแล้ว ทั้งที่รู้ดีว่ามองไม่เห็นอนาคต และไม่รู้ว่าควรจะก้าวต่อไปอย่างไร
ความหมายเพลง "LOVE YOU LESS" ของ Joji พูดถึงความสัมพันธ์ที่กำลังจืดจาง เป็นความรู้สึกที่เหมือนอีกฝ่ายหมดรักแล้วแต่ก็ยังยื้อไว้ ยิ่งนานไปยิ่งรู้สึกได้รับความรักที่ส่งกลับมาน้อยลงไปทุกทีทั้งที่ได้ทำเต็มที่ไปทั้งใจ จนได้แต่ถามกับตัวเองว่าถ้าลองรักน้อยลง บางทีอาจได้คำตอบที่ชัดเจนขึ้น