เสพย์สากล
News Column Interview Review Songs

Wolf Alice หมาป่าที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง กับอัลบั้มสุดประณีต The Clearing

6 ม.ค. (1 วันที่แล้ว)

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

Wolf Alice เป็นหนึ่งในวงดนตรีอังกฤษที่น่าจับตามากที่สุด จากดาวรุ่งที่กำลังพุ่งแรง พวกเขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นวงที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยการขึ้นเป็นเฮดไลเนอร์ในเทศกาลดนตรีใหญ่ๆ มากมาย ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Mercury Prize และเพลงอย่าง "Silk" ยังได้ถูกนำไปประกอบฉากสำคัญในภาพยนตร์ Trainspotting 2 ภาคต่อจากผู้กำกับ Danny Boyle

ในยุคแรก Wolf Alice แจ้งเกิดด้วยดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อกที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ซึ่งชวนให้นึกถึงกระแสดนตรียุค 90s ทั้งกรันจ์ร็อกและบริทป็อป แต่ก็มีความนุ่มนวลจากเสียงร้องของ Ellie Rowsell และการเรียบเรียงดนตรีที่ดูมีชั้นเชิง ทำให้เป็นวงที่ทั้งคอร็อกและนักฟังดนตรีทั่วไปต่างชื่นชอบ

ล่าสุด Wolf Alice กลับมาพร้อมอัลบั้ม The Clearing ที่มีการปรับเปลี่ยนดนตรีให้สุขุม นุ่มนวล และลึกซึ้งมากขึ้น พร้อมทั้งเน้นเสียงร้องของ Ellie Rowsell อย่างเต็มที่มากกว่าอัลบั้มก่อนหน้า นอกจากจะเป็นการเปิดตัว Wolf Alice ในเวอร์ชันใหม่แล้ว งานชุดนี้ยังตอกย้ำจุดยืนของพวกเขาที่ไม่หยุดนิ่ง พร้อมมอบความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ อยู่เสมอ

เสพย์สากลได้มีโอกาสพูดคุยกับ 2 สมาชิก Wolf Alice ได้แก่ Joff Oddie (กีตาร์) และ Theo Ellis (เบส) ก่อนที่วงจะมาแสดงคอนเสิร์ตในไทยวันที่ 11 มกราคม 2026 ที่ Ambience Space โดยผู้จัด Collective Minds เราได้พูดถึงอัลบั้มล่าสุด The Clearing รวมถึงเรื่องราวน่าสนใจก่อนที่พวกเขาจะบินมาแสดงที่ไทยอีกครั้ง

หลังจากได้ฟังอัลบั้ม The Clearing แล้ว ผมรู้สึกประทับใจกับทิศทางดนตรีใหม่ของ Wolf Alice ที่แตกต่างจากผลงานก่อนหน้าอย่างชัดเจน อะไรคือแรงผลักดันหรือแนวคิดหลักที่ทำให้วงมีการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

Joff : เราอยากทำอะไรที่แตกต่างมาตลอด ผมคิดว่ามันคงน่าเบื่อสุดๆ ถ้าเป็นวงดนตรีที่แค่ทำอะไรซ้ำๆ แบบเดิมทุกครั้ง ผมคิดว่าเราเรียนรู้ได้เยอะมาก จากการพยายามทำเพลงแนวต่างๆ เพราะพวกเราทุกคนฟังเพลงหลากหลายแนวมาก

ผมคิดว่าเรากำลังพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ดีขึ้นในการแต่งเพลง ดีขึ้นในการบันทึกเสียง ดีขึ้นในการเล่นดนตรี และส่วนหนึ่งของมันก็คือการลองทำสิ่งใหม่ๆ ทำให้ทุกอย่างสดใหม่อยู่เสมอ เปลี่ยนกระบวนการทำงาน และทำให้แน่ใจว่าเราไม่ได้ทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา

อย่างตอนที่พวกเราอยู่ในสตูดิโอ ผมไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือบางอย่างจะไปทางไหน ซึ่งมันสนุกมากเลย มันเป็นวิธีการทำงานที่น่าตื่นเต้นมากจริงๆ ผมเชื่อในแนวคิดนี้ และจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น

จุดเด่นของอัลบั้มชุดนี้คือการใช้เสียงเปียโนในแนวบัลลาดที่ทั้งโดดเด่นและประณีต ก่อนการทำอัลบั้ม The Clearing พวกคุณมีการกำหนดธีมหรือทิศทางดนตรีไว้ล่วงหน้าไหม

Joff : น่าสนใจที่คุณสังเกตเห็นเรื่องเปียโนพวกนี้ ในแง่ของธีมและเนื้อร้อง มันพัฒนาขึ้นมาตามธรรมชาติ มันเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่ Ellie (นักร้องนำของวง) เขียน และก็น่าจะเป็นส่วนรวมด้วย จากประสบการณ์ที่ทุกคนเคยผ่าน และสิ่งที่พวกเราได้รับแรงบันดาลใจ 

นี่เป็นครั้งแรกที่ Ellie นำเสนอเดโม่หลายเพลงที่มีเปียโนเป็นแกนหลักของเพลง ผมคิดว่าเป็นเพราะเธอมีเปียโนอยู่ที่บ้าน และมันเป็นส่วนขยายจากบางอย่างในเพลง "Last Man on Earth" ที่โดดเด่นเรื่องเปียโน

ผมว่าอัลบั้มนี้มีการอ้างอิงถึงยุค 70s ซึ่งเป็นช่วงเวลาของกีตาร์แบนด์ที่ให้ความสำคัญกับฝีมือการแต่งเพลงอย่างมาก ผมคิดว่าเราได้รับแรงบันดาลใจจากวิธีที่วงดนตรีในยุคนั้นสามารถเป็นทั้งศิลปินป็อปและมีคุณภาพทางดนตรีสูง 

มีศิลปินเก่งๆ มากมายจากยุคนั้น เราฟัง Glen Campbell, George Harrison และยังมีวงอย่าง Pentangle ที่เราใช้การแสดงสดเพลงหนึ่งของพวกเขาเป็นแรงบันดาลใจอย่างมาก มันสนุกมากที่ได้ทำอะไรที่แตกต่างจากเดิมเล็กน้อย ไม่ใช่การออกนอกกรอบ แค่เป็นสิ่งใหม่ๆ สำหรับเรา

สังเกตว่าในทุกอัลบั้มของ Wolf Alice มีการเปลี่ยนโปรดิวเซอร์ไม่ซ้ำกันเลย การเลือกทำงานกับโปรดิวเซอร์คนใหม่ในแต่ละอัลบั้มเป็นกลยุทธ์ที่ตั้งใจไว้ไหม

Joff : พวกเราอาจทำงานด้วยยากมากมั้งครับ (หัวเราะ) ก็เหมือนที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้ เราอยากลองทำอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ ทำงานกับคนใหม่ๆ โปรดิวเซอร์น่าสนใจมาก เพราะมันไม่ใช่งานที่มีคำอธิบายตำแหน่งชัดเจนนัก และทักษะของโปรดิวเซอร์แต่ละคนแตกต่างกันมากๆ เราเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากโปรดิวเซอร์แต่ละคนที่ทำงานด้วย ในฐานะคนที่กระหายเรียนรู้ เราอยากร่วมงานกับคนหลากหลาย

ซี่งในอัลบั้มนี้คุณได้ร่วมงานกับ Greg Kurstin ผู้เคยร่วมงานกับศิลปินหลากหลายทั้ง Adele, Harry Styles, Foo Fighters, Paul McCartney และคนอื่นๆ อีกมากมาย

Joff : Greg เป็นคนที่เก่งมาก อาจเป็นหนึ่งในนักดนตรีที่มีพรสวรรค์ที่สุดที่ผมเคยได้พบเจอ เขาเล่นเปียโนได้อย่างยอดเยี่ยม แต่งเพลงได้ และมีหูในการฟังดนตรีที่... ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไร สตูดิโอของเขาก็เจ๋ง เขาใจดีมากๆ เหมือนเป็นพี่เลี้ยงสำหรับพวกเรา บางคนที่มีรางวัลมากมายอาจจะมีอีโก้สูง แต่เขาชอบทำงานร่วมกันจริงๆ มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

ดนตรีของ Wolf Alice มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องในทุกอัลบั้ม อยากทราบว่าหากเปรียบเทียบการแสดงสดในช่วงอัลบั้มแรกกับการแสดงในปัจจุบัน พวกคุณคิดว่ามีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด

Theo: เมื่อก่อนเราอาจจะค่อนข้างตื่นเวที ไม่ค่อยกล้าเงยหน้าขึ้นมอง ค่อนข้างประหม่า และก็แค่ตีกีตาร์แรงๆ ไปเรื่อยๆ ตอนนี้เรามีประสบการณ์มากขึ้น เล่นเครื่องดนตรีได้ดีกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะในยุคอัลบั้ม The Clearing ผมคิดว่านี่คือยุคที่มั่นใจที่สุดของเรา 

เรามีเจตนารมณ์ชัดเจนมากขึ้น มันเป็นมากกว่าแค่ 'คอนเสิร์ต' ธรรมดา ผมคิดว่าเป็นเพราะเรามีประสบการณ์มากขึ้น ผมไม่ได้พูดเกินจริงนะ นักร้องนำของเรา Ellie เป็นศิลปินที่ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด แต่ Ellie ในตอนนี้... การแสดงของเธอขึ้นไปอีกระดับเลย มันต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

พวกคุณเคยมาแสดงที่ไทยเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ยังจำความประทับใจจากการมาครั้งนั้นได้ไหม

Theo: ผมจำได้ว่าเป็นการเที่ยวที่สนุกสุดๆ เลย แม้จะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนมากมาย ผมจำได้ว่าได้ไปคลับแห่งหนึ่ง มีดีเจเล่นเพลง Dubstep บรรยากาศสนุกมาก จนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน มาที่นี่ได้ยังไง รู้แค่ว่ามันสนุกมาก ผมได้ไปตลาดนัดกลางคืนด้วย อาหารก็อร่อย

ในฐานะศิลปินที่อยู่ในวงการดนตรี มีคำแนะนำหรือบทเรียนจากประสบการณ์ในวงการที่อยากจะแชร์ให้กับศิลปินรุ่นใหม่ไหม

Joff : ผมจำได้ว่า Jamie Oborne หัวหน้าค่ายเพลง Dirty Hit ค่ายแรกของเรา เคยให้คำแนะนำที่ดีมากในหนึ่งในคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ของเรา คือตอนที่เราได้เป็นวงเปิดให้ The 1975

ผมจำได้ว่าตอนนั้นเราอยู่หลังเวที แล้วก็คุยกันว่า เราควรเปลี่ยนเซ็ตลิสต์ไหม เพื่อให้เข้ากับโชว์คนอื่น เราควรปรับตัวเองเพื่อให้เข้ากับทัวร์นี้ไหม แล้วเขาก็บอกว่า พูดง่ายๆ คือ พวกนายแค่ต้องเป็นตัวของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ผู้คนจะเชื่อมโยงด้วย และผมคิดว่านั่นเป็นคำแนะนำที่ดีมาก

และคำถามสุดท้าย อยากให้ฝากถึงแฟนเพลงชาวไทยหน่อยครับ

Theo: ขอบคุณมากๆ ที่สนับสนุนพวกเราตลอดมา พวกเราไม่ได้มาแสดงที่ไทยพักใหญ่ ดังนั้นเมื่อเรากลับมา มันจะเป็นงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ ผมตื่นเต้นมากจริงๆ ไม่บ่อยนักที่จะได้เดินทางไกลขนาดนี้และแสดงในสถานที่ต่างๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างเหลือเชื่อ มันน่าจะสนุกมากแน่ๆ ขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่เคียงข้างเรา และถ้าคุณเพิ่งรู้จักพวกเรา ยินดีต้อนรับเช่นกันครับ

Wolf Alice จะมาแสดงคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ 11 มกราคม 2026 ที่ Ambience Space จัดโดย Collective Minds บัตรจำหน่ายแล้วทาง Megatix

#WOLFALICE #INTERVIEW

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

Recommended

แปลเพลง : Billie Eilish - WILDFLOWER กำแพงดอกไม้ AVANTGARDEY ประกาศคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ไทย 9 มีนาคมนี้ แปลเพลง : Tamia - Officially Missing You ยอมรับเลยว่าคิดถึงเธอ แปลเพลง : ADOY - Wonder อดสงสัยไม่ได้เลย แปลเพลง : Fleetwood Mac - Dreams เหล่าความฝัน

Follow us on

  •  Facebook
  •  Twitter
  •  Instagram
  •  Youtube

ติดต่อเรา

  •  sepsakon@gmail.com

เสพย์สากล

Music in whatever