เสพย์สากล
News Column Interview Review Songs

PUN เมื่อเวลานับถอยหลังถึง 0:00 กับคัมแบ็กโชว์ที่คุ้มค่าการรอคอย

18:18 PM (1 ชั่วโมงที่แล้ว)

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

การกลับมาท่ามกลางแฟนๆ ที่รอคอยล้วนมีความหมายเสมอ นั่นทำให้ "The Space Between Dream and Dawn – Comeback Show" ถือเป็นโชว์ที่สำคัญมากๆ เพราะเป็นการปรากฏตัวบนเวทีคอนเสิร์ตครั้งแรก หลังจากที่ PUN เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

อย่างแรกคือชอบที่ทาง PUN เลือกไม่ออกงานหรือปรากฏตัวผ่านสื่อใดๆ เลย ทำให้การกลับมาโชว์ครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นให้แฟนเพลง และเพราะไม่ได้ขึ้นแสดงพักหนึ่ง ตัวของ PUN เองก็คงตื่นเต้นไม่น้อยกว่าแฟนๆ ที่รอเจอกัน

ต่อมาคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ใช่แค่คืนเดียวจบ แต่มีการบิลด์อัพปูทางด้วยนิทรรศการ "Museum of Somnia" ที่ใช้สัญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งแฟนเพลง PUN สามารถเชื่อมโยงได้ โดยหนึ่งในจุดที่เป็นไฮไลต์คือนาฬิกาแบบเรียลไทม์ที่ถูกวางไว้เหนือนิทรรศการ ซึ่งเมื่อนาฬิกานับถอยหลังถึงศูนย์เมื่อไหร่ นั่นคือวันที่ PUN จะกลับมาขึ้นคอนเสิร์ตอีกครั้ง

และในวันคอนเสิร์ต Comeback Show นาฬิกาก็นับถอยหลังลงถึง 00:00 PUN ปรากฏตัวพร้อมหมวกไหมพรม แสดงทั้งหมด 10 เพลง รวมถึงเพลงฮิตอย่าง "Living Death", "Day One" และมีเพลงที่ฟีเจอริ่งกับมิวอ้อนในเพลง "นอนนี่" ถือเป็นอีกไฮไลต์ของโชว์นี้

การกลับมาครั้งนี้เป็นคัมแบ็กโชว์ที่อบอุ่นเป็นกันเอง ไม่ได้เล่นใหญ่อลังการแบบคอนเสิร์ตใหญ่ มีการเล่นกับฉากในนิทรรศการ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวด้วยการออกมาจากรถยนต์ หรือการร้องเพลงในบ้าน ไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่ แต่ทุก action บนเวทีเชื่อมโยงกันหมด

สุดท้าย PUN ยังเปิดตัวลุคใหม่สกินเฮดที่เรียกเสียงฮือฮา แต่ที่ชอบคือหลายประโยคในคอนเสิร์ตนี้ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องราวที่เขาตกตะกอนได้ตอนบวช โดยเฉพาะเรื่องความไม่เที่ยง ความไม่จีรัง ในฐานะที่ PUN เป็นหนึ่งในศิลปินที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ และทำเพลงได้ซื่อตรงต่อความรู้สึกที่สุด การที่เขาได้เห็นมุมมองชีวิตอีกด้าน ยิ่งทำให้น่าติดตามผลงานในอนาคตว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

สำหรับแฟนๆ การได้เห็น PUN กลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการบอกทุกคนว่า "PUN กลับมาแล้วนะ"

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

Recommended

Marcin โมเมนต์คลิกกับกีตาร์ สู่ศิลปินระดับปีศาจ David Byrne ตำนานผู้พลิกโฉมวงการคอนเสิร์ต กับคอนเสิร์ตที่ส่งมอบแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม David Byrne อิทธิพลจาก Talking Heads สู่แรงบันดาลใจในเอ็มวี The 1975 ADOY มาแสดงคอนเสิร์ตที่ Melt Festival วันที่ 21 พฤศจิกายน 2026 King Gnu ปล่อยเพลง "GO GHOST" เพลงเปิดอนิเมะ THE GHOST IN THE SHELL

Follow us on

  •  Facebook
  •  Twitter
  •  Instagram
  •  Youtube

ติดต่อเรา

  •  sepsakon@gmail.com

เสพย์สากล

Music in whatever