PUN เมื่อเวลานับถอยหลังถึง 0:00 กับคัมแบ็กโชว์ที่คุ้มค่าการรอคอย
การกลับมาท่ามกลางแฟนๆ ที่รอคอยล้วนมีความหมายเสมอ นั่นทำให้ "The Space Between Dream and Dawn – Comeback Show" ถือเป็นโชว์ที่สำคัญมากๆ เพราะเป็นการปรากฏตัวบนเวทีคอนเสิร์ตครั้งแรก หลังจากที่ PUN เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
อย่างแรกคือชอบที่ทาง PUN เลือกไม่ออกงานหรือปรากฏตัวผ่านสื่อใดๆ เลย ทำให้การกลับมาโชว์ครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นให้แฟนเพลง และเพราะไม่ได้ขึ้นแสดงพักหนึ่ง ตัวของ PUN เองก็คงตื่นเต้นไม่น้อยกว่าแฟนๆ ที่รอเจอกัน
ต่อมาคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ใช่แค่คืนเดียวจบ แต่มีการบิลด์อัพปูทางด้วยนิทรรศการ "Museum of Somnia" ที่ใช้สัญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งแฟนเพลง PUN สามารถเชื่อมโยงได้ โดยหนึ่งในจุดที่เป็นไฮไลต์คือนาฬิกาแบบเรียลไทม์ที่ถูกวางไว้เหนือนิทรรศการ ซึ่งเมื่อนาฬิกานับถอยหลังถึงศูนย์เมื่อไหร่ นั่นคือวันที่ PUN จะกลับมาขึ้นคอนเสิร์ตอีกครั้ง
และในวันคอนเสิร์ต Comeback Show นาฬิกาก็นับถอยหลังลงถึง 00:00 PUN ปรากฏตัวพร้อมหมวกไหมพรม แสดงทั้งหมด 10 เพลง รวมถึงเพลงฮิตอย่าง "Living Death", "Day One" และมีเพลงที่ฟีเจอริ่งกับมิวอ้อนในเพลง "นอนนี่" ถือเป็นอีกไฮไลต์ของโชว์นี้
การกลับมาครั้งนี้เป็นคัมแบ็กโชว์ที่อบอุ่นเป็นกันเอง ไม่ได้เล่นใหญ่อลังการแบบคอนเสิร์ตใหญ่ มีการเล่นกับฉากในนิทรรศการ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวด้วยการออกมาจากรถยนต์ หรือการร้องเพลงในบ้าน ไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่ แต่ทุก action บนเวทีเชื่อมโยงกันหมด
สุดท้าย PUN ยังเปิดตัวลุคใหม่สกินเฮดที่เรียกเสียงฮือฮา แต่ที่ชอบคือหลายประโยคในคอนเสิร์ตนี้ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องราวที่เขาตกตะกอนได้ตอนบวช โดยเฉพาะเรื่องความไม่เที่ยง ความไม่จีรัง ในฐานะที่ PUN เป็นหนึ่งในศิลปินที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ และทำเพลงได้ซื่อตรงต่อความรู้สึกที่สุด การที่เขาได้เห็นมุมมองชีวิตอีกด้าน ยิ่งทำให้น่าติดตามผลงานในอนาคตว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
สำหรับแฟนๆ การได้เห็น PUN กลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการบอกทุกคนว่า "PUN กลับมาแล้วนะ"