เสพย์สากล
News Column Interview Review Songs

Public Service Broadcasting วงที่สร้างบทเพลงจากเสียงของประวัติศาสตร์

9:57 AM (2 ชั่วโมงที่แล้ว)

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

นักร้องอาจเป็นตำแหน่งสำคัญของวงดนตรี แต่ก็มีอีกหลายวงที่เลือกเดินในทางตรงกันข้าม Public Service Broadcasting คือหนึ่งในนั้น วงดนตรีจากลอนดอนกลุ่มนี้ไม่มีนักร้องนำ แต่หยิบเสียงจากคลังเสียงสาธารณะมาแทรกเป็นส่วนหนึ่งของบทเพลงแทน ไม่ว่าจะเป็นเสียงประกาศ สุนทรพจน์ หรือเสียงบรรยายจากยุคสมัยต่าง ๆ เสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครได้ดึงดูดแฟนเพลงนอกกระแสทั่วโลกให้หันมาสนใจพวกเขา

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดของวงคือ The Race for Space อัลบั้มปี 2015 ที่ใช้เสียงประวัติศาสตร์จากยุคสงครามอวกาศระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตเป็นแกนกลาง ทั้งเสียงนักบินอวกาศ เสียงถ่ายทอดสด และบรรยากาศจากช่วงเวลาที่มนุษยชาติกำลังแข่งกันพิชิตห้วงอวกาศ ธีมที่น่าสนใจทำให้งานชุดนี้เป็นอัลบั้มแนว space rock ที่โดดเด่นและเข้มข้นที่สุด

แต่สิ่งที่ทำให้ Public Service Broadcasting โดดเด่นไม่ได้มีแค่ตัวบทเพลง การแสดงสดก็น่าติดตามไม่แพ้กัน วงให้ความสำคัญกับวิชวลในคอนเสิร์ต มีทั้งฟิล์มเก่า ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ที่เข้ากับบทเพลงของวงได้อย่างลงตัว

เสพย์สากลได้มีโอกาสพูดคุยกับ JF Abraham หนึ่งในสมาชิกของ Public Service Broadcasting ถึงที่มาของแนวคิดของวงที่ไม่เหมือนใคร โมเมนต์สำคัญบนเส้นทางของวง และกระบวนการทำงานเบื้องหลังเสียงดนตรีเหล่านั้น ก่อนที่พวกเขาจะบินมาเล่นคอนเสิร์ตที่ไทยในเร็วๆ นี้

การทำวงโดยไม่มีนักร้องนำ แล้วหยิบเสียงจากคลังเสียงสาธารณะมาทำหน้าที่แทน เป็นแนวคิดที่ไม่ค่อยมีใครทำมาก่อน แล้วไอเดียนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง

ตอนที่ J. Willgoose, Esq (สมาชิกผู้ก่อตั้งวง) เริ่มทำ Public Service Broadcasting เขาแค่อยากลองหาวิธีทำดนตรีแบบใหม่ เลยได้ทดลองและเล่นกับไอเดียต่างๆ เยอะมากว่าจะให้มันออกมาเป็นอย่างไร

เขาไม่ใช่คนที่ชอบให้คนมาจ้องที่ตัวเองบนเวที เลยเลือกใช้เสียงพูดตัดต่อและใช้ภาพวิชวลเล่าเรื่อง ซึ่งมันทำให้เขาได้พัฒนาเสียงดนตรีของตัวเองโดยไม่ต้องรู้สึกกดดันว่าต้องมายืนเป็น "ฟรอนต์แมน" แบบที่วงทั่วไปเขาทำกัน

ย้อนกลับไปช่วงแรกของวง คนดูรีแอคกับโชว์ยังไงบ้าง

ผมขอตอบในฐานะคนดูแทนก็ได้ เพราะก่อนจะเข้าวง ผมเป็นแฟน Public Service Broadcasting มาก่อน ผมยังจำได้เลยตอนที่เดินเข้าไปในเต็นท์งานเทศกาลแห่งหนึ่ง ช่วงที่วงกำลังแสดงเพลง "Lit Up" และค่อยๆ ไต่อารมณ์ขึ้นเรื่อยๆ ผมรู้สึกได้เลยว่าคนดูกำลังอยู่กับความรู้สึกบางอย่างที่หาคำอธิบายได้ยาก การผสมกันของดนตรีและวิชวลมันเป็นอะไรที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน และผมหลงรักมันมากเลย

ส่วนช่วงแรกที่เล่นอยู่ในวง มันสนุกมากแต่ก็หินมากด้วย เพราะมีอะไรให้จำเยอะมาก และต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะคุ้นกับการเปลี่ยนเครื่องดนตรีไปมา เลยน่าจะพูดได้ว่าช่วงนั้นสมาธิส่วนใหญ่ของผมไปอยู่กับการโฟกัสการเล่น มากกว่าจะมองไปทางคนดูด้วยซ้ำ

จากจุดนั้น Public Service Broadcasting ก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ มีโมเมนต์ไหนบ้างที่รู้สึกว่านั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญของวง

หนึ่งในโมเมนต์สำคัญสำหรับผมคือตอนที่ได้ขึ้นแสดงที่ Brixton Academy ครั้งแรก มันเป็นสถานที่ที่ผมโตมากับการไปดูคอนเสิร์ตที่นั่น และความทรงจำดีๆ ด้านดนตรีในชีวิตก็เกิดขึ้นที่นั่นทั้งนั้น พอได้จัดโชว์ของตัวเอง แล้วตั๋วขายหมด มันรู้สึกได้เลยว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญของวงจริงๆ

เราอยากรู้เรื่องกระบวนการแต่งเพลงของวง ปกติเริ่มจากการหาเสียงสาธารณะก่อนแล้วค่อยสร้างดนตรีต่อยอด หรือแต่งดนตรีก่อนแล้วค่อยหาเสียงมาใส่

มันเริ่มจากการหาหัวข้อที่ J. Willgoose, Esq สนใจ และรู้สึกว่ามีเรื่องราวที่อยากเล่า กระบวนการของเราพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา ยกตัวอย่างสองอัลบั้มหลังสุดอย่าง The Last Flight กับ Bright Magic ก็ใช้คลิปวิดีโอจากคลังเก็บถาวรน้อยลงมากเมื่อเทียบกับอัลบั้มก่อนๆ 

เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของความหาได้ยากของเสียงเหล่านั้น แต่อีกส่วนก็เพราะเราอยากลองหาแรงบันดาลใจจากแหล่งอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ หนังสือพิมพ์ บทสัมภาษณ์ต่างๆ มีบางเสียงที่พอได้ยินก็รู้สึกได้เลยว่ามันควรจะไปอยู่ตรงไหน อย่างเช่นเสียงในเพลง "Go!" นั้น จังหวะและลีลาของมันรู้สึกได้เลยว่าเข้ากันได้ดีกับเพลงที่เร็วและสนุก

อัลบั้มที่โดดเด่นที่สุดของวงอย่าง The Race for Space ถือเป็นหนึ่งในอัลบั้มธีมอวกาศที่น่าทึ่งที่สุด ฟังแล้วรู้สึกเหมือนถูกพาย้อนกลับไปยุคนั้นจริงๆ เล่าให้ฟังได้ไหมว่าคุณหลงใหลในเรื่องอวกาศและช่วงเวลาในประวัติศาสตร์นั้นยังไง

ขอบคุณมากๆ เลยครับ สำหรับผม สิ่งที่ทำให้ยุคแข่งขันอวกาศยังคงทรงพลังมาจนถึงทุกวันนี้ ก็คือความกล้า ความเสี่ยง และความมุ่งมั่นที่อยู่ในแต่ละภารกิจ บวกกับบริบททางการเมืองและสังคมระหว่างสหรัฐและรัสเซียในตอนนั้น มันเป็นช่วงประวัติศาสตร์ที่โชคดีมากที่เกิดขึ้นพร้อมกับการพัฒนาของสื่อและการสื่อสาร เลยทำให้เรามีข้อมูลเหลืออยู่ให้หยิบมาทำงานและสร้างแรงบันดาลใจได้เยอะมาก

แล้วถ้าต้องขึ้นไปในอวกาศและเอาอัลบั้มไปได้แค่หนึ่งชุด คุณจะเลือกอัลบั้มอะไรไปฟังด้วย

คำถามนี้ยากมากเลย แต่ถ้าเอาไปได้แค่ชุดเดียวจริงๆ ผมคงต้องเลือกเป็นดนตรีคลาสสิกที่ยาวหน่อย และน่าจะเป็น Mahler Symphony No. 2 ที่ Bernstein บันทึกการแสดงร่วมกับ New York Philharmonic

นอกจากเสียงในโดเมนสาธารณะแล้ว วงยังหยิบเสียงจากภาพยนตร์มาใช้ด้วย ถ้าไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์เลย มีหนังเรื่องไหนที่อยากเอาเสียงมาแซมเปิลบ้าง

ถ้าเอาให้สอดคล้องกับธีมการบินที่วงชอบทำ ผมว่าเราน่าจะลองหยิบหนังเรื่อง Airplane! แล้วเปิดอัลบั้มด้วยประโยคว่า "There's no reason to become alarmed, and we hope you enjoy the rest of your flight. By the way, is there anyone on board who knows how to fly a plane?" ฟังดูเป็นไอเดียที่ดีมากเลยนะ

มีเสียงไหนบ้างที่เจอแล้วรู้สึกหลงใหล แต่ยังไม่มีโอกาสได้ใส่ในเพลงสักที

นึกไม่ออกเป็นชิ้นไหนเป็นพิเศษ แต่ผมชอบ Steve Reich มากและหลงรักเสียงใน “Different Trains” มากๆ วิธีที่เขาเอาเสียงรถไฟ เสียงคน และบรรยากาศรอบข้างมาทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของดนตรีได้นั้นมันน่าทึ่งมาก เลยคิดว่าน่าจะเจ๋งมากถ้าได้ทำอัลบั้มจากเสียงที่เก็บมาจากชีวิตจริง แล้วปล่อยให้เสียงพวกนั้นเป็นตัวกำหนดทิศทางและบรรยากาศของดนตรีไปเอง

ก่อนหน้านี้พวกคุณเคยมาเที่ยวประเทศไทยกันรึยัง

สมาชิกคนอื่นในวงมาไทยกันหมดแล้ว แต่สำหรับผมนี่คือครั้งแรก ตื่นเต้นมากเลยที่จะได้ไป เพราะได้ยินเรื่องดีๆ เกี่ยวกับไทยมาเยอะมาก พูดตรงๆ เลยคือตอนนี้คิดถึงเรื่องอาหารเป็นหลักเลย เพื่อนสนิทคนหนึ่งของผมเป็นลูกครึ่งไทย แม่ของเขาเคยทำอาหารไทยให้กินบ่อยมากและอร่อยมากด้วย เลยรอไม่ไหวเลยที่จะได้กินของจริงตอนไปถึง

สุดท้ายฝากถึงแฟนเพลงชาวไทยหน่อยครับ

พวกเราตื่นเต้นและดีใจมากๆ ที่จะได้มาไทยและได้เล่นโชว์ที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก หวังว่ามันจะเป็นคืนที่ยอดเยี่ยม และได้เจอกับทุกคน

 

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

Recommended

แปลเพลง : Olivia Rodrigo - drop dead ตายคาที่ได้เลย แปลเพลง : Malcolm Todd - Earrings ต่างหูคู่นั้น แปลเพลง : The Beatles - Across The Universe ข้ามผ่านห้วงจักรวาล แปลเพลง : The Beatles - Two of Us เราทั้งสอง King Gnu ปล่อยวิดีโอแสดงเพลง "AIZO" จากคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่น

Follow us on

  •  Facebook
  •  Twitter
  •  Instagram
  •  Youtube

ติดต่อเรา

  •  sepsakon@gmail.com

เสพย์สากล

Music in whatever