เสพย์สากล
News Column Interview Review Songs

Mateus Asato พูดคุยกับสุดยอดมือกีตาร์แห่งยุค ผู้โอบรับรากเหง้าและที่มาของตัวเอง

6:27 AM (1 ชั่วโมงที่แล้ว)

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

เวทีแรกที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จัก Mateus Asato ไม่ใช่เวทีคอนเสิร์ตตามฮอลล์หรือสเตเดียม แต่เป็นพื้นที่โซเชียลมีเดียบน Instagram จากคลิปวิดีโอเล่นกีตาร์ที่เขาเริ่มโพสต์ ทำให้ยอดผู้ติดตามพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหนึ่งในมือกีตาร์บน Instagram ที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้น

ชื่อเสียงของเขาไปไกลกว่านั้นมาก ทั้งคำชื่นชมจาก John Mayer ที่ยกให้เขาเป็นหนึ่งในมือกีตาร์น่าจับตามองที่สุดในวงการ และการได้เป็นนักดนตรีแบ็คอัพให้ซูเปอร์สตาร์เพลงป็อปอย่าง Bruno Mars ซึ่งสำหรับมือกีตาร์หลายคน นี่อาจเป็นจุดสูงสุดของเส้นทางอาชีพไปแล้วก็ได้

แต่ทุกคนรู้ดี และคนที่สำคัญที่สุดอย่างตัว Mateus Asato เองก็รู้ดียิ่งกว่าใคร ว่าวิธีการเล่นและสำเนียงกีตาร์ของเขานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเลือกเดินไปตามเส้นทางที่ใจเรียกร้อง เขาจึงเลือกแยกทางจาก Bruno Mars เพื่อโฟกัสกับผลงานเดี่ยวของตัวเอง

Mateus Asato เลือกตั้งชื่ออัลบั้มเดบิวต์ของตัวเองว่า ASATO ซึ่งเป็นผลงานที่พูดได้เต็มปากว่ามาจากฝีมือและวิสัยทัศน์ของเขาล้วนๆ มีการผสมผสาน neo-soul, jazz-fusion และ instrumental rock เข้าด้วยกัน โดยใช้กีตาร์เป็นเครื่องมือหลักในการเล่าเรื่องราวส่วนตัวของเขา

เสพย์สากลได้มีโอกาสสัมภาษณ์ Mateus Asato หลังจากที่เขาแสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทย โดยพูดคุยกับความปรับทับใจที่มีต่อประเทศไทย ประสบการณ์การเล่นดนตรีแบ็คอัพกับศิลปินระดับโลก รวมถึงเส้นทางเดี่ยวของเขาสู่อัลบั้มเดบิวต์ ASATO

เมื่อวานคุณได้กลับมาเล่นคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ รู้สึกยังไงบ้างครับ

สนุกมากครับ! ผมมีความสุขมากที่ได้เล่นโชว์ที่นี่ รู้สึกดีจริงๆ พอเล่นไปถึงเพลงที่สามหรือสี่ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งเล่นกีตาร์อยู่ในห้องนอนเลย คนดู สถานที่ และโปรดักชั่นทั้งหมดมันพิเศษมาก หวังว่าผมคงไม่ต้องรออีก 7 ปีถึงจะได้กลับมาเล่นที่นี่อีกนะครับ

นอกจากเล่นคอนเสิร์ตแล้ว คุณเคยมาเที่ยวพักผ่อนที่เมืองไทยบ้างหรือยัง

ยังเลยครับ หวังว่าในอนาคตผมจะได้มาใช้เวลาพักผ่อนที่นี่บ้าง นั่นเป็นความฝันของผมเลย

คุณมีสิ่งที่ชอบเป็นพิเศษในเมืองไทยไหมครับ

เราเอ็นจอยกับอาหารกันมากครับ ทุกอย่างที่กินที่นี่อร่อยสุดๆ

อาหารที่นี่เผ็ดไปสำหรับคุณไหมครับ

นั่นแหละครับประเด็น ถึงมันจะเผ็ดแต่เราก็รู้วิธีรับมือ บางทีผมก็เอาซอสแยกไว้ข้างๆ เพื่อหาความกลมกล่อมที่พอดี มันเผ็ดมากแต่มันอร่อย ยองมิน เพื่อนผมจากเกาหลีเขากินเผ็ดเก่งมาก แต่สำหรับเขามันก็เป็นความเผ็ดอีกแบบ เขาถึงกับบอกว่า "โห อันนี้เผ็ดสำหรับฉันเลยนะ!" ขนาดคนไทยเองบางทียังบอกว่าเผ็ดเกินไปเลย แต่มันยอดเยี่ยมมากครับ

มาคุยเรื่องตอนที่คุณเป็นนักดนตรีแบ็คอัพให้กับศิลปินระดับโลกอย่าง Tori Kelly, Jessie J และ Bruno Mars บ้าง ประสบการณ์เหล่านั้นสอนอะไรคุณบ้าง

โดยรวมแล้วมันคือการเติบโตในฐานะนักดนตรีครับ บางทีนักดนตรีมักจะโฟกัสแค่ที่กีตาร์หรือเครื่องดนตรีของตัวเอง แต่เมื่อคุณกลายเป็นศิลปิน คุณต้องมองข้ามไปไกลกว่าแค่เครื่องดนตรี บทเรียนที่ผมได้จากพวกเขาคือ จงทำมันให้ยอดเยี่ยม ทำผลงานให้ดีที่สุดเสมอ, ค้นหาความมั่นใจ (เอาเวทีให้อยู่), และสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือ อย่าลืมที่จะสนุกกับมัน เพราะความสนุกคือสิ่งที่ทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงสิ่งที่คุณกำลังทำ

คุณปล่อยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกชื่อ Asato ทำไมถึงเลือกใช้ชื่อนี้

ผมตัดสินใจตั้งชื่ออัลบั้มแรกว่า Asato เพื่อเป็นเหมือนนามบัตรแสดงตัวตนของผมครับ อย่างเช่นเวลาเราไปสนามบิน เรามักจะถูกเรียกด้วยนามสกุล มันคือชื่อครอบครัว และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดที่เรามี ผมรู้สึกผูกพันกับรากเหง้าของผมที่ญี่ปุ่น 

ปู่ย่าตายายของผมย้ายจากโอกินาว่ามาอยู่ที่บราซิล ผมเลยเลือกชื่อ Asato เพื่อแนะนำตัวเองให้โลกได้รู้จัก มันคือตัวตนของผม ไม่ใช่แค่ในฐานะมือกีตาร์ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

ตอนเด็กๆ ผมเคยมีความสับสนเกี่ยวกับสายเลือดญี่ปุ่นของตัวเอง การเติบโตในบราซิลเป็นเรื่องปกติที่คนเอเชียจะถูกเหมารวมและถูกเรียกว่า "หนุ่มเอเชีย" หรือ "เด็กญี่ปุ่น" โดยไม่ค่อยมีใครเรียกชื่อผมจริงๆ (มาเตอุส) แต่พอผมย้ายมาอเมริกา ผมได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากขึ้น ได้ไปเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกในปี 2017 และรู้สึกถึงความผูกพันอย่างแรงกล้า ผมจึงเริ่มโอบรับรากเหง้าและที่มาของตัวเองครับ

พูดถึงความเป็นเอเชีย คอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ คุณเล่นเพลงธีม Dragon Ball ด้วย!

ผมเล่นเพลงนี้เฉพาะในเอเชียแหละครับ! อ้อ อาจจะเล่นที่บราซิลด้วย หลังจากเล่นเพลง Dragon Ball Z จบ ผมก็ต่อด้วยเพลงของผมที่ชื่อ "too nerdy for pop, too pop for nerds" (เนิร์ดไปสำหรับป็อป แต่ก็ป็อปไปสำหรับเด็กเนิร์ด) ดนตรีบรรเลงบางทีมันอาจจะดูเนิร์ดมากๆ แต่ดนตรีของผมมันอยู่กึ่งกลางระหว่างนั้น Dragon Ball เป็นความรู้สึกคิดถึงวันวานและมีความเนิร์ดนิดๆ ผมเลยคิดว่ามันเข้ากันได้พอดี

แล้วคุณเป็นแฟนตัวยงของอนิเมะไหมครับ มีเรื่องโปรดหรือเปล่า

เรื่องที่ผมเคยดูก็มีแค่ Dragon Ball กับ Captain Tsubasa ครับ แต่เนื่องจากผมเป็นเพื่อนกับ LiSA นักร้องชาวญี่ปุ่นที่ร้องเพลงธีม Demon Slayer (ดาบพิฆาตอสูร) ผมเลยอยากลองดูเรื่องนี้บ้าง ผมคงต้องเอาไปคิดสำหรับเซ็ตลิสต์ในอนาคตแล้วล่ะ

คำถามสุดท้ายครับ คุณผ่านจุดเปลี่ยนมามากมาย ทั้งการทัวร์รอบโลกกับศิลปินป็อป จนมาถึงการออกอัลบั้มเดี่ยว คำแนะนำที่ดีที่สุดที่คุณเคยได้รับคืออะไร

สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของคุณคือ "เวลา" ครับ บางครั้งเราจับได้ว่าตัวเองนั่งไถหน้าจอมือถือไปเปล่าๆ ถึง 4 ชั่วโมงโดยไม่ได้ทำอะไรเลย ผมรู้สึกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพยายามเห็นคุณค่าของเวลา ไม่ใช่แค่เวลาของตัวเอง แต่รวมถึงเวลาของคนอื่นด้วย

ยกตัวอย่างเช่น โชว์ความยาว 1.5 ถึง 2 ชั่วโมงของผม ผมอยากให้แน่ใจว่าคนที่มาดูจะได้กลับบ้านไปพร้อมความรู้สึกที่ว่า เขาไม่ได้เสียเวลาไปเปล่าๆ ในวันนั้น ผมอยากสร้างความทรงจำที่ดี ดังนั้นจงเห็นคุณค่าของเวลาครับ

#INTERVIEW #MATEUSASATO

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

Recommended

แปลเพลง : Kodaline - Moving On ก้าวต่อไปจนกว่าจะได้พบกัน แปลเพลง : Muse - Hysteria ใจที่ลุ่มหลง Moulin Rouge! The Musical เตรียมเปิดการแสดงที่กรุงเทพฯ ช่วงสิงหาคม – กันยายน 2027 HYUKOH ปล่อยเอ็มวี “KoK” ล้ำเกินจริงทั้งเพลงและวิชวล Kodaline คอนเสิร์ตที่เปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้อำลา โชว์ที่ทุกคนร้องตามดังที่สุด

Follow us on

  •  Facebook
  •  Twitter
  •  Instagram
  •  Youtube

ติดต่อเรา

  •  sepsakon@gmail.com

เสพย์สากล

Music in whatever