David Byrne ตำนานผู้พลิกโฉมวงการคอนเสิร์ต กับคอนเสิร์ตที่ส่งมอบแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม
หลังจากคอนเสิร์ตของ David Byrne จบลง เห็นหลายคนยกให้นี่เป็นหนึ่งในโชว์ที่ดีที่สุดของปี ซึ่งบอกเลยว่าไม่เกินจริงครับ
อย่างแรกรู้สึกเซอร์ไพรส์ที่ David Byrne มาแสดงคอนเสิร์ตที่ไทย เพราะต้องยอมรับว่าชื่อของเขาไม่ได้อยู่ในระดับเมนสตรีมของไทย หรือในมุมของผู้จัดคือขายยาก แต่ถ้าพูดถึงความน่าดู นี่คือโชว์ที่ควรชมสักครั้งในชีวิต
เพราะนอกเหนือจากการเป็นฟรอนต์แมนของ Talking Heads วงระดับตำนานจากนิวยอร์กแล้ว David Byrne และวงของเขายังมีภาพยนตร์คอนเสิร์ต Stop Making Sense ที่ปฏิวัติวงการคอนเสิร์ตยุคใหม่ ด้วยการเพิ่มพล็อตเรื่องและชั้นเชิงการเล่าเรื่อง ทำให้คอนเสิร์ตกลายเป็นการมอบประสบการณ์ที่มากกว่าการมาฟังเพลงสดๆ ผ่านลำโพง
ตัดภาพมาปัจจุบัน David Byrne วัย 74 ปี ยังคงทัวร์ต่อในฐานะศิลปินเดี่ยว และได้มาแสดงโชว์ที่กรุงเทพฯ จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกขนลุกอยู่ เพราะคอนเสิร์ตของเขาไม่เหมือนใคร และไม่สามารถเปรียบเทียบกับอะไรได้เลย
โชว์ไม่มีการตั้งเครื่องดนตรีประจำตำแหน่ง ไม่มีสายไฟใดๆ ผูกติดนักดนตรีไว้กับจุดใดจุดหนึ่งบนเวที ทำให้วงดนตรีทั้งหมดเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ เหมือนเป็นการผสมผสานละครเวทีเข้ากับคอนเสิร์ต
David Byrne และทีมยังใส่ใจเรื่องวิชวลที่คิดมาอย่างดีเพื่อเสริมการเล่าเรื่องในแต่ละเพลง ที่ชอบที่สุดคือการนำภาพที่เขาไปถ่ายกับวัดในไทยมาใช้ประกอบโชว์ ทั้งที่จริงแล้วจะใช้วิชวลชุดเดียวกันในทุกประเทศก็ได้ แต่การใส่ใจรายละเอียดตรงนี้ก็ได้ใจแฟนๆ ชาวไทยไปเต็มๆ
ตลอดทั้งโชว์เป็นไปอย่างราบรื่น มีเพียงจังหวะหนึ่งที่ David Byrne ขอพักหลังเวทีอย่างกะทันหัน การแสดงหยุดไปนานราว 5 นาที จนแฟนๆ บางคนคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ ก่อนที่เขาจะกลับมาแสดงต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถึงแม้จะออกอัลบั้มเดี่ยวมาแล้วหลายชุด แต่เขาก็ยังคำนึงถึงแฟนเพลงส่วนใหญ่ ด้วยการผสมผสานเพลงเดี่ยวเข้ากับผลงานยุค Talking Heads โดยเฉพาะช่วงท้ายที่รวมเพลง "Psycho Killer", "Life During Wartime", "Once in a Lifetime" และ "Burning Down the House" จนกลายเป็นคอมโบที่ทำให้คนที่นั่งอยู่ต้องลุกขึ้นยืนจนจบโชว์
น่าตกใจมากที่ศิลปินวัยนี้ยังส่งมอบพลังงานมหาศาลได้ขนาดนี้ แม้จะมีคำกล่าวที่ว่าฟังเพลงในคอนเสิร์ตให้ความรู้สึกไม่เหมือนฟังอยู่บ้าน แต่คอนเสิร์ตของ David Byrne บียอนด์ไปกว่านั้น และถ้ามีใครถามว่าโชว์ไหนที่เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในการทำคอนเสิร์ตมากที่สุด ต้องยกให้ David Byrne ครับ