Tilly Birds กับดนตรีอัลเทอร์เนทีฟใน I'll Remember To Forget You อัลบั้มของคนที่ไม่อยากจำแต่ก็ดันไม่ลืม
ก่อนที่หลายคนจะรู้จักวง Tilly Birds ในยุคเพลง "คิด(แต่ไม่)ถึง" "เพื่อนเล่น ไม่เล่นเพื่อน" ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มฟอร์มวง Tilly Birds คือวงที่ทำเพลงภาษาอังกฤษมาก่อน และได้รับอิทธิพลจากดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อก กรันจ์ และบริทร็อก ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจยังไม่ค่อยได้ทราบกัน แต่นั่นคือช่วงเวลาที่หล่อหลอมตัวตนของวง
ตอนนี้ก็คงถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่ Tilly Birds จะเลือกทำตามใจตัวเองอีกครั้ง นำตัวตนในยุคแรกมาชุบชีวิตขึ้นใหม่ ด้วยประสบการณ์ที่หล่อหลอมมามากมาย กลั่นกรอง จนกลายเป็นอัลบั้มเพลงอังกฤษเต็มรูปแบบอย่าง I'll Remember To Forget You ที่บรรจุ 13 บทเพลงไว้ด้วยกัน
1. Dearest Tears
แค่ชื่อเพลงก็เดาได้ว่าเป็นเพลงเศร้า ต้องโดดเดี่ยวขนาดไหนถึงให้น้ำตาเป็นเพื่อนที่อยู่ข้างๆ แต่ไฮไลต์อยู่ที่ Sound Design ที่ชวนให้นึกถึงเทรลเลอร์หนัง ขณะเดียวกันก็เป็นเพลงเปิดที่บอกใบ้ว่าในอัลบั้มนี้เราจะได้พบกับอะไรบ้าง2. Our Happy Place
เนื้อเพลงนี้มองได้หลายแบบ เพราะที่แห่งความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจ "Our Happy Place" ของวงคือการจัดเต็มสาดใส่ดนตรีแบบที่เคยเห็น Tilly Birds มุมนี้มาก่อนมันคือโหมดปล่อยของที่ซัดเพลงยาวกว่า 6 นาที พลิกไปพลิกมาเหมือนขึ้นรถไฟเหาะ เริ่มต้นด้วยความแฮปปี้ฟีลกู้ด กลางเพลงดุเดือด ท้ายเพลงพลิกเป็นอารมณ์คูลดาวน์ หาก Radiohead มี "Paranoid Android" ทาง Tilly Birds ก็มี "Our Happy Place"
3. Call It A Day
ไม้เด็ดของ Tilly Birds คือการทำเพลงบัลลาดเศร้าและเพลงช้า ที่ฟังแล้วอยากร้องไห้ตาม ส่วนดนตรีให้ความรู้สึกล่องลอย เหมือนกำลังอยู่ท่ามกลางอวกาศความหมายของเพลงคือการยอมรับว่าถึงเวลาต้องจบ แต่จบจริงหรือเปล่าไม่มีใครรู้ เพราะบางคนก็ต้องฝืนทำเป็นเกลียดคนที่เรารัก ถึงจะก้าวต่อไปได้
4. If You Say So (feat. James Alyn)
วงเลือก James Alyn ศิลปินที่ทำเพลงอังกฤษได้โดดเด่น เป็นการ collab ที่เลือกได้ถูกคนจริงๆ เพลงอาจจะดูน่ารัก5. Shouting Eyes
นี่มันตัวตนยุคแรกของพวกเขา ที่นำเอาด้านอัลเทอร์เนทีฟมาผสมผสานกับ sound design ที่ล้ำสมัย เสียงกีตาร์ก้องกังวานวิธีการร้องของเติร์ด และการแร็ปของไมโล เพลงที่โชว์จุดเด่นของทั้ง 3 คนได้บาลานซ์สุดๆ ขณะที่บิลลี่ก็มีส่วนในพาร์ทร้องของเพลงนี้ด้วยไม่คิดว่าจะเอาเรื่อง “ปากไม่ตรงกับใจ” มาขยายต่อได้ดุเดือดขนาดนี้ ส่วนเอ็มวีที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อ 6 โมงเย็นวันนี้ คนที่ชอบดูหนังก็น่าจะโดนเส้น อารมณ์เหมือนได้ดู The Shining, Se7en, Eyes Wide Shut รวมไปถึง The Texas Chain Saw Massacre เอ็มวีออกแล้ว เข้าไปชมกันได้เลย
6. Never A Waste Of Time
เพลงช้าที่ทำออกมาได้ถึงใจอีกครั้ง แม้เพลงจะค่อนข้างเศร้า แต่ยังมองโลกในแง่ดีว่าเวลาที่ผ่านมาด้วยกันจะไม่สูญเปล่า แต่ถ้าลองดูความหมายจะพบว่ามันจุกอกมาก เป็นความเศร้าจากความสัมพันธ์ที่ถึงทางตัน ที่ไม่รู้ว่าจะระเบิดออกมาเมื่อไหร่7. White Pills
สิ่งที่ชอบที่สุดในเพลงนี้คือท่อนกีตาร์ช่วงท้ายที่ดุดันมาก เนื้อหาเป็นตัวแทนของคนที่อยากหนีจากความจริง เลยต้องใช้ “White Pills” มาแก้ขัดไปก่อน แต่ก็เยียวยาได้แค่ชั่วคราว ถ้ายอมรับความจริงไม่ได้ ก็จะไม่มีวันหนีพ้น8. Dirty Knees
ดนตรีมีความเย้ายวน เป็นอีกมุมหนึ่งที่ Tilly Birds ทำเพลงได้เซ็กซี่ เป็นอารมณ์ตอนมีสติก็โอเค แต่พอเมาแล้วก็ต้องโทรหาเขาตลอด ขอแค่ได้ยินเสียงวางหูก็ดีต่อใจ9. Retro-39
เพลงโทนสว่างของ Tilly Birds และเป็นเพลงที่ติดหูที่สุดในอัลบั้ม ชวนให้นึกถึง The 1975 ยุคอินดี้ป็อปบวกกีตาร์ที่มีกลิ่นอายฟังก์ โลกนี้มีเพลงไม่ลืมคนที่เราหลงรักอยู่มากมาย แต่เพลงนี้เก๋ตรงที่ใช้เครื่องเล่นเทปที่มีเสียงคนรักอยู่ข้างใน และเมื่อคิดถึงก็หยิบมากดฟังซ้ำๆ รู้สึกว่าวงเล่นประเด็นเรื่องการไม่ลืมได้เก่งมาก10. Before The Sun Can Shine
มีการใช้ Easter Egg นำเพลง "เธอไม่ได้อยู่คนเดียว" มาทำในเวอร์ชันภาษาอังกฤษ ที่ยังคงความเป็นต้นฉบับไว้ แม้เพลงจะมีความเหงา แต่ความหมายดีมาก คืออยู่ข้างกันในความมืดมิด รอจนกว่าแสงอาทิตย์จะกลับมาส่องอีกครั้ง11. Let Me Down In The Morning
นี่คือเสน่ห์ของการทำอัลบั้มเต็ม ที่การฟังแยกเป็นซิงเกิลให้ไม่ได้ ต้องมีแทร็กที่เชื่อมต่อกัน คั่นกลางระหว่างสองเพลงได้อย่างถูกที่ถูกเวลา12. I'll Remember To Forget You
ไตเติลแทร็กที่ชื่อเพลงมีความขัดแย้งในตัวเอง โดยเฉพาะการเล่นคำระหว่าง "Remember" และ "Forget" อยากลืมแต่กลับยังจำได้อยู่ดี ท่อนฮุคให้ความรู้สึกไลฟ์แบนด์ มีความร็อกแบบดิบๆ13. Heaven (x Ben&Ben)
เพลงนี้มีความฟีลกู้ดและท่อนดนตรีที่หลากหลายมาก จากการร่วมงานกับ Ben&Ben ทำให้วงมีท่อนเครื่องสายที่ติดหูและโดดเด่น
ถ้าเปรียบเพลงนี้เป็นหนังก็คือฉากจบแบบ Happy Ending เป็นบทสรุปที่ไม่ทรมานใจตัวละครเกินไป เพราะอย่างน้อยก็ได้เจอสวรรค์ที่ตามหา
I'll Remember To Forget You เป็นอัลบั้มที่มีความอัลเทอร์เนทีฟมากที่สุดของวง Tilly Birds เป็นการเปิดเผยมุมที่ไม่เคยเห็นมานานตั้งแต่ยุคที่วงยังเป็นศิลปินอิสระ ที่หลายคนอาจยังไม่เคยได้สัมผัสมุมนี้ของวงมาก่อน
เพลงในอัลบั้มนี้อาจไม่ได้เหมือนกับอัลบั้มไทยก่อนๆ แต่ในแง่คอนเซปต์และทิศทางดนตรี การันตีว่า Tilly Birds วัดกับวงอินเตอร์ได้สบาย เพลง "Our Happy Place" และ "Shouting Eyes" คือข้อพิสูจน์ว่าอัลบั้ม I'll Remember To Forget You คืออีกมาสเตอร์พีซของพวกเขา
อีกส่วนที่น่าชื่นชมคือ “ทีมเวิร์ก” ไม่รู้สึกว่า Tilly Birds มีใครโดดเด่นขึ้นมาเพียงคนเดียว แต่เป็นเคมีสามประสานของเติร์ด บิลลี่ และไมโล แต่ละคนมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เติร์ดคือเสียงร้องอันเป็นอักลักษณ์และการสื่ออารมณ์ บิลลี่คือกีตาร์และพาร์ทดนตรีโดยรวม ส่วนไมโลนอกจากในบทบาทมือกลอง ท่อนแร็ปของเขาก็กลายเป็นลายเซ็นสำคัญของวง
I'll Remember To Forget You ไม่ใช่เป็นเพียงอัลบั้มเพลงอังกฤษชุดแรกของวง แต่เป็นการกลับสู่รากเหง้าในยุคเริ่มต้นของวง Tilly Birds หลายแทร็กสัมผัสได้ว่าวงปล่อยของกันเต็มที่ ทั้งดุเดือด สนุก และเรียบเรียงดนตรีได้อย่างใส่ใจ ใครที่ติดตามดนตรีอินดี้หรืออัลเทอร์เนทีฟในยุค 2010s อย่าง Arctic Monkeys (ยุค AM), The 1975, Twenty One Pilots, Nothing but Thieves มั่นใจว่าชอบอัลบั้มนี้แน่นอน ส่วนตัวยกให้เป็นอัลบั้มที่ชอบที่สุดในตอนนี้ของวง Tilly Birds ครับ
