milena
ssssssssssss
อยากรู้ว่ามีศิลปินคนไหนที่มีอิทธิพลกับคุณมากๆ ตอนที่คุณเริ่มเขียนเพลง
จริงๆ มีศิลปินหลายคนที่ฉันอยากพูดถึงเลยค่ะ แต่คนหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อฉันมากที่สุดตอนที่เริ่มทำเพลงคือ Daniel Caesar ค่ะ ฉันรักดนตรี R&B มาตลอด และตอนที่เพลงของเขาปล่อยออกมาครั้งแรกใน SoundCloud มันทำให้ฉันรู้สึกทึ่งและเปิดโลกมากๆ เขายังคงเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของฉันจนถึงตอนนี้ค่ะ ในอนาคตฉันอยากทำเพลงที่ฟังง่ายและมอบความปลอบโยนให้กับผู้ฟัง ในขณะเดียวกันก็แชร์เรื่องราวของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาค่ะ
เราได้ยินมาว่าคุณมีรอยสักของศิปลินระดับตำนาน Chet Baker ด้วย เขามีความสำคัญกับคุณอย่างไร
ตอนที่เป็นช่วงที่ฉันกำลังหมกมุ่นกับการค้นหาและฟังเพลงเยอะมากๆ ฉันพบว่าตัวเองฟัง Chet Baker ตลอดเวลาเลยค่ะ ฉันตกหลุมรักดนตรี 'cool jazz’ เข้าอย่างจัง และความรักนั้นมันแรงกล้ามากจนถึงขั้นไปสักเลยค่ะ จนถึงตอนนี้ ทุกครั้งที่ฉันต้องการเวลาพักผ่อน หรือรู้สึกหลงทางกับทิศทางดนตรีของตัวเอง ฉันก็จะกลับไปฟังแผ่นเสียงของเขา ฉันได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากวิธีที่เขาร้องเพลงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนเขาแค่กำลังพูดคุยอยู่เลยค่ะ
คุณเคยพูดว่าเพลงบางเพลงของคุณได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์และหนังสือที่คุณชอบ ช่วยบอกได้ไหมว่าภาพยนตร์หรือหนังสือเรื่องไหนที่คุณชื่นชอบที่สุด
เล่มแรกที่นึกออกตอนนี้เลยคือ The Unbearable Lightness of Being โดย Milan Kundera ค่ะ เป็นหนังสือที่ฉันอ่านบ่อยมากตอนที่กำลังทำอัลบั้ม Where to Begin มันให้แรงบันดาลใจฉันเยอะมากในเรื่องการตกตะกอนความคิดเกี่ยวกับความรัก ฉันอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตั้งแต่ช่วงอายุยี่สิบต้นๆ และมันเป็นหนึ่งในหนังสือที่ให้ความรู้สึกต่างออกไปในทุกๆ ปีที่กลับมาอ่านเลยค่ะ
พูดถึงอัลบั้มเต็มชุดแรกของคุณ Where to Begin ให้เราฟังหน่อยครับ
นี่เป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกของฉัน และยังเป็นครั้งแรกที่ฉันรับหน้าที่โปรดิวซ์เองทั้งอัลบั้มด้วยค่ะ เมื่อก่อนฉันจะรู้สึกสบายใจกว่าถ้ามีโปรดิวเซอร์ร่วมอยู่ข้างๆ แต่ครั้งนี้ฉันอยากจะก้าวกระโดดและท้าทายตัวเองดู มันเริ่มจากความปรารถนาที่อยากจะแสดงซาวด์ดนตรีของฉันออกมาในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด มันท้าทายมากจริงๆ ค่ะ แต่พอมองย้อนกลับไป มันเป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขและสนุกมากค่ะ
ในอัลบั้มนี้ คุณได้ร่วมงานกับคิม แดเนียล จาก wave to earth ในเพลง "What about Next Spring" ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าการร่วมงานครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
ฉันได้ไปร่วมทัวร์กับวง wave to earth ในฐานะศิลปินเปิดโชว์ค่ะ ประสบการณ์ทั้งหมดนั้นมอบแรงบันดาลใจให้ฉันเยอะมาก โดยเฉพาะแดเนียล เขาเป็นคนที่ผลักดันและสนับสนุนให้ฉันปล่อยอัลบั้มเต็มออกมาอย่างจริงจัง ฉันเลยได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนจากเขามาตลอดทางค่ะ พอฉันเขียนเพลง What about Next Spring เสร็จ ฉันคิดว่ามันคงจะวิเศษมากถ้ามีเสียงร้องของผู้ชายมาร่วมด้วย และเขาก็ตอบตกลงที่จะช่วยอย่างยินดี ฉันยังจำได้เลยว่าตอนที่เราเรียบเรียงเพลงด้วยกันมันสนุกขนาดไหน
คุณเคยอาศัยอยู่ในประเทศไทยตอนยังเป็นเด็ก ช่วยเล่าประสบการณ์นั้นให้เราฟังหน่อยได้ไหม
ฉันเคยอยู่ที่กรุงเทพฯ ประมาณ 4-5 ปีค่ะ เริ่มตั้งแต่ตอนอายุ 14 ตอนนั้นฉันเรียนโรงเรียนนานาชาติและอยู่หอพัก เลยอาจจะไม่ได้ออกไปสัมผัสความเป็นเมืองอย่างเต็มที่นักในตอนนั้น แต่ฉันก็ยังติดต่อกับเพื่อนชาวไทยอยู่บ้างนะคะ และเพราะช่วงเวลานั้นแหละที่ทำให้ฉันกลายเป็น 'foodie’ ตั้งแต่เด็กๆ ฉันกินผักชีได้สบายเลยค่ะ ประเทศไทยให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของฉันเสมอ ทุกครั้งที่มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ความทรงจำในวัยเด็กจะย้อนกลับมาทันทีเลยค่ะ
คุณมีสถานที่โปรดในประเทศไทยหรือกรุงเทพฯ ไหม
ในประเทศไทย เชียงใหม่คือเมืองโปรดของฉันค่ะ ครั้งแรกที่ฉันไปคือไปกับเพื่อนด้วยรถไฟตู้นอนตอนไปทัศนศึกษาของโรงเรียนสมัยเด็กๆ ตอนนั้นฉันรู้สึกว่ามันเชื่อมโยงกับธรรมชาติยิ่งกว่าตอนนี้เสียอีก และการได้สัมผัสกับวัฒนธรรมพุทธเยอะมากในตอนนั้นมันทิ้งความประทับใจที่ลึกซึ้งไว้ในใจฉันค่ะ แม้ตอนเป็นผู้ใหญ่ฉันจะยังกลับไปเที่ยวบ้าง และความรู้สึกจะต่างไปจากตอนเด็กๆ แต่เชียงใหม่ก็ยังเป็นเมืองที่ให้ความรู้สึกสงบและอบอุ่นสำหรับฉันเสมอค่ะ
รู้สึกอย่างไรกับการมาแสดงที่ Bangkok Music City 2026
ฉันว่าน่าจะเกือบ 3 หรือ 4 ปีแล้วนะคะที่ฉันไม่ได้เจอแฟนๆ ชาวไทยผ่านเทศกาลดนตรี การได้แสดงที่เมืองไทยเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและทำให้ฉันมีความสุขจริงๆ ค่ะ ครั้งนี้ฉันกำลังเตรียมโชว์ร่วมกับวงดนตรีของฉันเป็นครั้งแรกด้วย เลยตื่นเต้นเป็นพิเศษที่จะได้แชร์ดนตรีของฉันในอีกมุมหนึ่งให้ทุกคนได้เห็น หวังว่าทุกคนจะรอติดตามกันนะคะ
มีศิลปินคนไหนที่มาแสดงในเทศกาลนี้ที่คุณตื่นเต้นอยากไปดูการแสดงของเขาเป็นพิเศษไหม
ฉันชอบฟังเพลงของวง YONLAPA มาตลอดเลยค่ะ เลยดีใจมากที่เห็นพวกเขาอยู่ในไลน์อัปครั้งนี้ด้วย ถึงแม้พวกเขาจะแสดงคนละวันกับฉัน ในวันถัดไป แต่ฉันจะไปดูพวกเขาแน่นอนค่ะ
ในฐานะศิลปิน คุณมีความฝันอะไรที่อยากทำให้สำเร็จไหม
ฉันมีความฝันเยอะมากเลยค่ะ แต่หนึ่งในนั้นคือการได้จัดคอนเสิร์ตโซโล่ทัวร์ของตัวเองสักวันหนึ่ง และในบรรดาทุกประเทศ การได้มาจัดโซโล่โชว์ที่ประเทศไทยจะรู้สึกเหมือนฝันที่เป็นจริงเลยค่ะ เพราะที่นี่คือบ้านหลังที่สองของฉัน ฉันหวังจริงๆ ว่าวันนั้นจะมาถึงนะคะ
แผนของคุณสำหรับปี 2026 เป็นอย่างไร
มีหลายอย่างรออยู่เลยค่ะ แต่สิ่งที่ฉันตื่นเต้นที่สุดเป็นการส่วนตัวคือเพลงใหม่ของฉันค่ะ ฉันค่อยๆ แต่งเพลงเก็บไว้ตั้งแต่ทำอัลบั้มเต็มเสร็จ และวางแผนจะแชร์เพลงดีๆ ให้ทุกคนฟังเยอะๆ ในปีนี้ ฝากรอติดตามด้วยนะคะ ฉันจะกลับมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ก่อนจะหมดครึ่งปีแรกแน่นอนค่ะ
สุดท้ายแล้วฝากถึงแฟนเพลงของคุณหน่อยครับ
ฉันรักทุกคนมากและขอบคุณเสมอสำหรับการสนับสนุนและความรักนะคะ จริงๆ แล้วฉันเคยแสดงเพลงที่ยังไม่ปล่อย (unreleased songs) สองเพลงที่เมืองไทยเป็นที่แรกเลย ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยพิเศษและมีความหมายต่อฉันมากแค่ไหน ฉันซาบซึ้งใจจริงๆ ค่ะ หวังว่าเราจะได้พบกันผ่านการแสดงสดบ่อยขึ้นในอนาคตนะคะ รักทุกคนค่ะ! ขอบคุณค่าาา!