เสพย์สากล
News Column Interview Review Songs

Milena เพชรเม็ดงามจากเกาหลีใต้ ที่จะมาแสดงใน Bangkok Music City 2026

21 ม.ค. (4 เดือนที่แล้ว)

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ศิลปินมีความหลากหลาย ทั้งป็อป อินดี้ร็อก และอิเล็กทรอนิกส์ แต่ถ้าพูดถึงสายแจ๊สอาร์แอนด์บี Milena คือหนึ่งในศิลปินแรกๆ ที่นึกถึง

Milena เป็นศิลปินคลื่นลูกใหม่ที่โดดเด่นด้วยดนตรีผสมผสานระหว่างป็อป แจ๊ส และอาร์แอนด์บี การเลือกใช้ถ้อยคำในเนื้อเพลงของเธอมีความละเมียดละไม และเขียนเรื่องราวความรู้สึกและความสัมพันธ์ได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะธีมความรักและความโศกเศร้า

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ Milena คือการปล่อยอัลบั้มเต็ม Where to Begin ที่มีคอนเซปต์หลวมๆ เล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและฤดูกาล โดยมีเพลงเด่นอย่าง "What about Next Spring" ซึ่งเป็นเพลงที่เธอร่วมงานกับ Kim Daniel นักร้องนำจากวง wave to earth และน่าจะเป็นเพลงที่ทำให้หลายคนเริ่มรู้จักเธอในวงกว้าง

เสพย์สากลได้มีโอกาสสัมภาษณ์ Milena ก่อนที่เธอจะมาแสดงในงาน Bangkok Music City 2026 ที่จัดขึ้นในวันที่ 24-25 มกราคม 2026 ที่ย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง ถึงแรงบันดาลใจและอิทธิพลทางดนตรี รวมถึงผลงานต่างๆ และที่น่าประหลาดใจคือประเทศไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเธออย่างคาดไม่ถึง

ตอนที่คุณเริ่มเขียนเพลง อยากรู้ว่ามีศิลปินคนไหนที่มีอิทธิพลกับคุณบ้าง

จริงๆ มีศิลปินหลายคนที่ฉันอยากพูดถึงเลยค่ะ แต่คนหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อฉันมากที่สุดตอนที่เริ่มทำเพลงคือ Daniel Caesar ค่ะ ฉันรักดนตรี R&B มาตลอด และตอนที่เพลงของเขาปล่อยออกมาครั้งแรกใน SoundCloud มันทำให้ฉันรู้สึกทึ่งและเปิดโลกมากๆ เขายังคงเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของฉันจนถึงตอนนี้ค่ะ ในอนาคตฉันอยากทำเพลงที่ฟังง่ายและมอบความปลอบโยนให้กับผู้ฟัง ในขณะเดียวกันก็แชร์เรื่องราวของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาค่ะ

เราได้ยินมาว่าคุณมีรอยสักของศิลปินระดับตำนาน Chet Baker เขามีความสำคัญกับคุณอย่างไร

ตอนที่เป็นช่วงที่ฉันกำลังหมกมุ่นกับการค้นหาและฟังเพลงเยอะมากๆ ฉันพบว่าตัวเองฟัง Chet Baker ตลอดเวลาเลยค่ะ ฉันตกหลุมรักดนตรี 'cool jazz’ เข้าอย่างจัง และความรักนั้นมันแรงกล้ามากจนถึงขั้นไปสักเลยค่ะ จนถึงตอนนี้ ทุกครั้งที่ฉันต้องการเวลาพักผ่อน หรือรู้สึกหลงทางกับทิศทางดนตรีของตัวเอง ฉันก็จะกลับไปฟังแผ่นเสียงของเขา ฉันได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากวิธีที่เขาร้องเพลงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนเขาแค่กำลังพูดคุยอยู่เลยค่ะ

คุณเคยพูดว่าเพลงบางเพลงของคุณได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์และหนังสือที่คุณชอบ บอกได้ไหมว่าภาพยนตร์หรือหนังสือเรื่องไหนที่คุณชื่นชอบที่สุด

เล่มแรกที่นึกออกตอนนี้เลยคือ The Unbearable Lightness of Being โดย Milan Kundera ค่ะ เป็นหนังสือที่ฉันอ่านบ่อยมากตอนที่กำลังทำอัลบั้ม Where to Begin มันให้แรงบันดาลใจฉันเยอะมากในเรื่องการตกตะกอนความคิดเกี่ยวกับความรัก ฉันอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตั้งแต่ช่วงอายุยี่สิบต้นๆ และมันเป็นหนึ่งในหนังสือที่ให้ความรู้สึกต่างออกไปในทุกๆ ปีที่กลับมาอ่านเลยค่ะ

พูดถึงอัลบั้มเต็มชุดแรกของคุณ Where to Begin ให้เราฟังหน่อยครับ

นี่เป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกของฉัน และยังเป็นครั้งแรกที่ฉันรับหน้าที่โปรดิวซ์เองทั้งอัลบั้มด้วยค่ะ เมื่อก่อนฉันจะรู้สึกสบายใจกว่าถ้ามีโปรดิวเซอร์ร่วมอยู่ข้างๆ แต่ครั้งนี้ฉันอยากจะก้าวกระโดดและท้าทายตัวเองดู มันเริ่มจากความปรารถนาที่อยากจะแสดงซาวด์ดนตรีของฉันออกมาในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด มันท้าทายมากจริงๆ ค่ะ แต่พอมองย้อนกลับไป มันเป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขและสนุกมากค่ะ

ในอัลบั้มนี้ คุณได้ร่วมงานกับคิม แดเนียล จาก wave to earth ในเพลง "What about Next Spring" ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าการร่วมงานครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ฉันได้ไปร่วมทัวร์กับวง wave to earth ในฐานะศิลปินเปิดโชว์ค่ะ ประสบการณ์ทั้งหมดนั้นมอบแรงบันดาลใจให้ฉันเยอะมาก โดยเฉพาะแดเนียล เขาเป็นคนที่ผลักดันและสนับสนุนให้ฉันปล่อยอัลบั้มเต็มออกมาอย่างจริงจัง ฉันเลยได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนจากเขามาตลอดทางค่ะ พอฉันเขียนเพลง What about Next Spring เสร็จ ฉันคิดว่ามันคงจะวิเศษมากถ้ามีเสียงร้องของผู้ชายมาร่วมด้วย และเขาก็ตอบตกลงที่จะช่วยอย่างยินดี ฉันยังจำได้เลยว่าตอนที่เราเรียบเรียงเพลงด้วยกันมันสนุกขนาดไหน

คุณเคยอาศัยอยู่ในประเทศไทยตอนยังเป็นเด็ก ช่วยเล่าประสบการณ์นั้นให้เราฟังหน่อยได้ไหม

ฉันเคยอยู่ที่กรุงเทพฯ ประมาณ 4-5 ปีค่ะ เริ่มตั้งแต่ตอนอายุ 14 ตอนนั้นฉันเรียนโรงเรียนนานาชาติและอยู่หอพัก เลยอาจจะไม่ได้ออกไปสัมผัสความเป็นเมืองอย่างเต็มที่นักในตอนนั้น แต่ฉันก็ยังติดต่อกับเพื่อนชาวไทยอยู่บ้างนะคะ และเพราะช่วงเวลานั้นแหละที่ทำให้ฉันกลายเป็น 'foodie’ ตั้งแต่เด็กๆ ฉันกินผักชีได้สบายเลยค่ะ ประเทศไทยให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของฉันเสมอ ทุกครั้งที่มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ความทรงจำในวัยเด็กจะย้อนกลับมาทันทีเลยค่ะ

คุณมีสถานที่โปรดในประเทศไทยหรือกรุงเทพฯ ไหม

ในประเทศไทย เชียงใหม่คือเมืองโปรดของฉันค่ะ ครั้งแรกที่ฉันไปคือไปกับเพื่อนด้วยรถไฟตู้นอนตอนไปทัศนศึกษาของโรงเรียนสมัยเด็กๆ ตอนนั้นฉันรู้สึกว่ามันเชื่อมโยงกับธรรมชาติยิ่งกว่าตอนนี้เสียอีก และการได้สัมผัสกับวัฒนธรรมพุทธเยอะมากในตอนนั้นมันทิ้งความประทับใจที่ลึกซึ้งไว้ในใจฉันค่ะ แม้ตอนเป็นผู้ใหญ่ฉันจะยังกลับไปเที่ยวบ้าง และความรู้สึกจะต่างไปจากตอนเด็กๆ แต่เชียงใหม่ก็ยังเป็นเมืองที่ให้ความรู้สึกสงบและอบอุ่นสำหรับฉันเสมอค่ะ

รู้สึกอย่างไรกับการมาแสดงที่ Bangkok Music City 2026

ฉันว่าน่าจะเกือบ 3 หรือ 4 ปีแล้วนะคะที่ฉันไม่ได้เจอแฟนๆ ชาวไทยผ่านเทศกาลดนตรี การได้แสดงที่เมืองไทยเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและทำให้ฉันมีความสุขจริงๆ ค่ะ ครั้งนี้ฉันกำลังเตรียมโชว์ร่วมกับวงดนตรีของฉันเป็นครั้งแรกด้วย เลยตื่นเต้นเป็นพิเศษที่จะได้แชร์ดนตรีของฉันในอีกมุมหนึ่งให้ทุกคนได้เห็น หวังว่าทุกคนจะรอติดตามกันนะคะ

มีศิลปินคนไหนที่มาแสดงในเทศกาลนี้ที่คุณตื่นเต้นอยากไปดูการแสดงของเขาเป็นพิเศษไหม

ฉันชอบฟังเพลงของวง YONLAPA มาตลอดเลยค่ะ เลยดีใจมากที่เห็นพวกเขาอยู่ในไลน์อัปครั้งนี้ด้วย ถึงแม้พวกเขาจะแสดงคนละวันกับฉัน ในวันถัดไป แต่ฉันจะไปดูพวกเขาแน่นอนค่ะ

ในฐานะศิลปิน คุณมีความฝันอะไรที่อยากทำให้สำเร็จไหม

ฉันมีความฝันเยอะมากเลยค่ะ แต่หนึ่งในนั้นคือการได้จัดคอนเสิร์ตโซโล่ทัวร์ของตัวเองสักวันหนึ่ง และในบรรดาทุกประเทศ การได้มาจัดโซโล่โชว์ที่ประเทศไทยจะรู้สึกเหมือนฝันที่เป็นจริงเลยค่ะ เพราะที่นี่คือบ้านหลังที่สองของฉัน ฉันหวังจริงๆ ว่าวันนั้นจะมาถึงนะคะ

แผนของคุณสำหรับปี 2026 เป็นอย่างไร

มีหลายอย่างรออยู่เลยค่ะ แต่สิ่งที่ฉันตื่นเต้นที่สุดเป็นการส่วนตัวคือเพลงใหม่ของฉันค่ะ ฉันค่อยๆ แต่งเพลงเก็บไว้ตั้งแต่ทำอัลบั้มเต็มเสร็จ และวางแผนจะแชร์เพลงดีๆ ให้ทุกคนฟังเยอะๆ ในปีนี้ ฝากรอติดตามด้วยนะคะ ฉันจะกลับมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ก่อนจะหมดครึ่งปีแรกแน่นอนค่ะ

สุดท้ายแล้วฝากถึงแฟนเพลงของคุณหน่อยครับ

ฉันรักทุกคนมากและขอบคุณเสมอสำหรับการสนับสนุนและความรักนะคะ จริงๆ แล้วฉันเคยแสดงเพลงที่ยังไม่ปล่อย (unreleased songs) สองเพลงที่เมืองไทยเป็นที่แรกเลย ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยพิเศษและมีความหมายต่อฉันมากแค่ไหน ฉันซาบซึ้งใจจริงๆ ค่ะ หวังว่าเราจะได้พบกันผ่านการแสดงสดบ่อยขึ้นในอนาคตนะคะ รักทุกคนค่ะ! ขอบคุณค่าาา!

#INTERVIEW #MILENA

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

Recommended

คอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยของ King Gnu กับเวที 360 องศากางอาณาเขตที่กรุงเทพฯ King Gnu พูดคุยกับวงญี่ปุ่นที่มาแรงที่สุด ก่อนขึ้นแสดงโชว์ครั้งแรกในไทย Bangkok World Music Day 2026 การกลับมาของเฟสติวัลแห่งปีฉลอง "วันดนตรีโลก" New Heart Designs ทลายกำแพงดนตรีของ Turnstile กับ BADBADNOTGOOD James Alyn ปล่อยเอ็มวี "My Friend?" เล่นกับระยะห่างที่ใกล้ชิดที่สุด

Follow us on

  •  Facebook
  •  Twitter
  •  Instagram
  •  Youtube

ติดต่อเรา

  •  sepsakon@gmail.com

เสพย์สากล

Music in whatever