รีวิวคอนเสิร์ต Daniel Caesar สวนกระแสโชว์ระดับอารีน่า เน้นตัวเอง และความเป็นอิสระ
หลังจากคอนเสิร์ต Daniel Caesar เมื่อวันอังคารจบลง ไม่แปลกใจเลยที่รีวิวและคอมเมนต์จากคนที่ไปดูออกมาเสียงแตกเป็นสองฝั่ง
ส่วนตัวได้ดู Daniel Caesar มาแล้ว 2 ครั้ง ที่ Thunder Dome, และ Impact Exhibition Hall และล่าสุดคือ Impact Arena ซึ่งในโชว์ครั้งนี้หรือในทัวร์อัลบั้ม Son of Spergy รู้สึกได้ว่ามันต่างจาก 2 โชว์ก่อนหน้านี้เอามากๆ
เวทีออกแบบมาแบบเรียบ พื้นว่างเปล่า แต่ใช้หลังคาคลุมเพื่อควบคุมแสง รู้สึกเหมือนเขาตั้งใจให้โชว์นี้ดู "เรียล" มากกว่าจะใช้ โปรดักชันขนาดใหญ่แบบที่คอนเสิร์ตระดับอารีน่าควรเป็น
บนเวทีจะมีมีตากล้องคนเดียวคอยจับภาพลงจอใหญ่ นอกจากมุมปกติ บางมุมก็ตั้งใจให้ดูศิลป์ ตั้งแต่มุมมือของศิลปิน ไปจนถึงการหมุนตัว 360 องศา ซึ่งบนจอมันดูเท่มาก แต่ถ้ามองบนเวทีจริงๆ จะเห็นตากล้องกำลังหมุนแบบเต้นบัลเลต์ ซึ่งการมีอยู่ของตากล้องมันก็รู้สึกแปลกตาอยู่หลายครั้ง
เพลงส่วนใหญ่เล่นแบบ Acoustic สลับกับแบนด์ รู้สึกว่าแดเนียลตั้งใจเล่นสดให้ต่างจากสตูดิโอเวอร์ชัน ซึ่งชอบตรงนี้มากๆ ตอบโจทย์คนที่อยากดูแบบสดๆ อย่างแท้จริง และแดเนียลเป็นหนึ่งในไม่กี่ศิลปินที่กีตาร์โปร่งตัวเดียวก็เอาคนหลักหมื่นอยู่ได้จริงๆ ส่วนกลุ่มนักร้องประสานก็เติมสีสันได้ดี
แต่จุดที่หลายคนอาจไม่ชอบอย่างชัดเจนคือในเพลงฮิตอย่าง "Best Part" และ "Get You" แดเนียลแทบไม่ร้องเองเลย ปล่อยให้คนดูร้องเกือบทั้งหมด ใครมาเพื่ออยากได้ยินเสียงเขาร้องสดๆ ก็อาจกลับบ้านไปพร้อมความรู้สึกที่ค้างคาอยู่บ้าง
อีกจุดหนึ่งคือบางซีนเขาพยายามใช้ความเงียบสร้างบรรยากาศ แต่คนดูส่วนหนึ่งตะโกนขอเพลงเสียงดังตลอดโชว์ แต่ก็เข้าใจพอแสดงในสเกลที่มันใหญ่แบบผู้ชมหลักหมื่น วิธีการนำเสนอโชว์แบบนี้อาจไม่เหมาะ
ส่วนตัวอาจไม่ใช่โชว์ Daniel Caesar ที่โปรดปรานที่สุด แต่ชื่นชมในแง่ Concept รู้สึกว่าครั้งนี้เขา interact กับคนดูมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา และช่วงที่เล่น "Disillusioned" กับ "Japanese Denim" นั้นขนลุกจริงๆ เพียงแต่ตอนจบโชว์ยังรู้สึกว่าจัดวางซีนได้สับสนเล็กน้อย บางจุดดูอิสระเกินไป ปล่อยตัวปล่อยใจเป็นตัวเองเต็มที่ ถ้ายึดตามสคริปต์มากกว่านี้สักหน่อย โชว์นี้น่าจะเต็มอิ่มกว่านี้ได้อีกครับ
