เสพย์สากล
News Column Interview Review Songs

titayah เส้นทางบทใหม่ของอาฟ่ง คัมแบ็กอีกครั้งในฐานะศิลปินเดี่ยว

7:18 AM (1 ชั่วโมงที่แล้ว)

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

อาฟ่ง - ฑิตยา พิภพพรชัย มีเส้นทางดนตรีที่น่าสนใจไม่น้อย เธอเริ่มต้นจากการปล่อยซิงเกิลเดบิวต์กับค่าย Believe Records ก่อนจะมาเป็นสมาชิกวง VINI วงที่ได้รับการพูดถึงอย่างมากในแวดวงอินดี้ และได้ออกทัวร์ต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญบนเส้นทางของเธอ

ล่าสุด อาฟ่งกลับมาพร้อมโปรเจกต์เดี่ยวในชื่อ titayah สเตจเนมที่ได้ไอเดียมาจากชื่อจริงของเธอ "ฑิตยา" เธอตั้งใจให้หมุดหมายใหม่นี้เป็นเหมือนห้องทดลองที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวและค้นหาตัวตนได้อย่างอิสระ พร้อมเติบโตไปพร้อมกับแฟนๆ ทีละก้าว

เสพย์สากลได้มีโอกาสพูดคุยกับ titayah ถึงเส้นทางดนตรีที่ผ่านมา รสนิยมทางดนตรี และโมเมนต์สำคัญที่ทำให้เธอเริ่มเขียนเพลงเอง รวมถึง "evergreen" ซิงเกิลเดบิวต์ของโปรเจกต์นี้ที่ออกกับค่าย What The Duck

เล่าถึงจุดเริ่มต้นการฟังเพลงและร้องเพลงของ titayah ให้ฟังหน่อยครับ

ช่วงแรกๆ ก็ฟังเพลงไทยค่ะ แต่ตอนเรียนที่เชียงใหม่ โรงเรียนมีจัดประกวดร้องเพลง ช่วงนั้นยังไม่ค่อยมีใครร้องเพลงสากลกันเท่าไร พอดีเราเป็นคนฟังเพลงเยอะอยู่แล้ว คุณครูเลยส่งไปประกวดร้องเพลงสากล หลังจากนั้นก็เลยได้ฟังเพลงสากลมากขึ้น ช่วงแรกก็ฟังเหมือนทุกคนเลยค่ะ ทั้ง Adele ทั้ง Taylor Swift แต่ศิลปินเหล่านี้ก็เหมือนเป็นประตูที่พาให้เรารู้จักศิลปินสากลมากขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ

แล้วโมเมนต์ไหนที่ทำให้เราเริ่มอยากลองเขียนเพลงเอง

จริง ๆ แล้วโปรเจกต์ VINI คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เขียนเพลงค่ะ ก่อนหน้านั้นเรามีความฝันอยากเป็นศิลปินอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยลองในรูปแบบ Singer-Songwriter จริงจังขนาดนั้น พอมาทำ VINI ต้องแต่งเพลงสากลเยอะมากๆ ก็เลยได้ศึกษาศิลปินแนวนี้มากขึ้น ถ้าพูดถึงคนที่ชอบจริงๆ ก็เริ่มจาก Daniel Caesar ค่ะ ชอบวิธีเล่าเรื่องของเขา แล้วก็ชอบ Steve Lacy, Clairo และ Beabadoobee

เล่าถึงประสบการณ์ช่วงทำวง VINI ให้ฟังหน่อยครับ ถือเป็นวงที่มีได้รับการพูดถึงมากในแวดวงอินดี้ แล้ววงก็ได้ไปออกทัวร์ถึงต่างประเทศด้วย

VINI เป็นช่วงเวลาหลายปีในชีวิตเลยค่ะ VINI เป็นโปรเจกต์ของค่าย แล้วทางค่ายก็มาชวนเพราะเห็นว่าเราทำคัฟเวอร์เพลงสากลและเล่นดนตรีเอง ตอนนั้นยังอยู่แค่ปี 1 โปรเจกต์ลากยาวไปจนเรียนจบ รวมแล้วก็ 4–5 ปี ถือเป็นช่วงชีวิตหนึ่งเลย ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องวงการดนตรี แต่ยังได้เรียนรู้เรื่องคนและการทำงานด้วย ได้รู้จักพี่ๆ หลายคนที่ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ในงาน ทุกวันนี้ก็ยังคุยกันอยู่ ซึ่งทั้งหมดก็เริ่มจากการได้เป็น VINI จริง ๆ แล้วโปรเจกต์ titayah ก็เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ VINI เหมือนกัน พี่ๆ ที่รู้จักจากวงการดนตรีนี่แหละค่ะที่คอยให้คำแนะนำ เลยรู้สึกว่า VINI เป็นส่วนสำคัญมากๆ

เล่าถึงที่มาที่ทำให้ได้มาอยู่ในสังกัด What The Duck

จริงๆ รอบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ส่งเดโมมาให้ What The Duck ค่ะ เคยส่งมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นอาจจะยังเด็กอยู่ คาแรกเตอร์ยังไม่ชัดเท่าตอนนี้ รอบนี้เลยเหมือนจังหวะพอดีกัน คนในค่ายมาถามว่า เรามีค่ายหรือยัง ถ้ายังไม่มีก็อยากให้ค่ายได้ลองฟังดู พอทีมได้ฟังเพลงก็ติดต่อกลับมาชวนคุยค่ะ และเพลงที่ส่งไปตอนนั้นก็มี evergreen อยู่ด้วย

พูดถึง “evergreen” ซิงเกิลที่เพิ่งปล่อยออกมาหน่อยครับ

คำว่า evergreen หมายถึงใบไม้ที่เขียวชอุ่มตลอดปี แต่เราเอามาใช้ให้ตรงข้ามกับเรื่องที่เล่า เพราะเพลงนี้พูดถึงความสัมพันธ์ที่มีด้านลบอยู่ อาจจะดู toxic จนบางคนมองว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ดี แต่เราเล่าจากมุมของคนที่อยู่ข้างใน ซึ่งท่ามกลางทุกอย่าง สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ก็แค่อยากได้ยินเขาบอกว่าเขาต้องการเรา แค่นั้นเองค่ะ

พาร์ทดนตรีเพลงนี้ก็เท่มาก เหมือนฟังเพลงสากลเลย

พาร์ทดนตรีโปรดิวเซอร์หลักคือพี่ๆ วง CHUCKY FACTORY LAND เรารู้จักกันตั้งแต่สมัยทำวง VINI เรารู้สึกว่าพวกพี่เขาทำเพลงแบบที่ยังไม่ค่อยเห็นคนไทยทำ ประกอบกับเราชอบ Dominic Fike มาก ชอบความเป็นวัยรุ่นซนๆ ที่ผสมผสานอยู่ในงานของเขา เลยอยากลองเอาเนื้อร้องและเมโลดี้ของเราไปรวมกับดนตรีแบบที่เราอยากทำค่ะ

ดูแล้ว titayah น่าจะชอบเขียนเพลงเป็นภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทยใช่ไหมครับ เพราะทั้ง VINI จนมาถึงโปรเจกต์นี้ก็เป็นการเขียนเพลงเป็นภาษาอังกฤษ

น่าจะเพราะเราเรียนคณะอักษรฯ ต้องเขียนเรียงความภาษาอังกฤษเยอะมากค่ะ มีคลาสที่ฝึกเขียนพรรณนาและเปรียบเปรย แถมยังต้องอ่านหนังสือเยอะด้วย เวลาอยากเขียนเพลง เราก็จะจดลงโน้ตในไอโฟน เช่นอยู่ดีๆ เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วรู้สึกว่าน่าเขียน ก็พิมพ์ลงไปเลย ซึ่งส่วนใหญ่จะออกมาเป็นภาษาอังกฤษ เพราะเรานึกภาพเปรียบเปรยได้ง่ายกว่า จริงๆ ก็อยากลองเขียนเพลงภาษาไทยเหมือนกันนะคะ และมีภาพในหัวว่าอยากได้ภาษาไทยที่ไพเราะ แค่ยังหาตัวตนในแบบนั้นไม่เจอเท่านั้นเองค่ะ

ถ้าตัดเรื่องดนตรีออกไป งานอดิเรกของ titayah คืออะไร

เราชอบไปหาเสื้อผ้ามือสองมากๆ เลยค่ะ เพราะเป็นคนชอบแฟชั่น งานที่เคยทำก็อยู่ในวงการแฟชั่นหมดเลย

เรามีโอกาสได้ใช้สกิลนี้กับอาชีพศิลปินเราโดยตรงไหมครับ

อย่างเซ็ตล่าสุดสำหรับเพลง “evergreen” และเพลงต่อๆ ไป เราเลือกสไตลิสต์เองแล้วส่งให้ค่าย และช่วยเลือกชุดด้วย เพราะเรามองทุกอย่างเป็นภาพเดียวกัน ไม่อยากให้ภาพ PR เป็นแบบหนึ่ง เล่นสดเป็นอีกแบบ ใช้ชีวิตจริงเป็นอีกแบบ อย่างเบลเซอร์ ถ้าชีวิตประจำวันไม่ได้ใส่ ก็จะไม่ใส่ในภาพเหมือนกัน อยากให้ทุกอย่าง relate กันค่ะ

มีศิลปินคนไหนที่เป็นแรงบันดาลใจเรื่องสไตล์การแต่งตัวไหม

เพิ่งเจอคนหนึ่งค่ะ ชื่อ Amie Blu เห็นในฟีด ไม่ใช่แค่เพลงดี แต่ทำคอนเทนต์ดีด้วย ไม่ได้ขายเพลงจนเกินไป แต่งตัวออกแนวบอยๆ แต่เพลงไม่ใช่ฮิปฮอป ฟีลเพลงคล้าย Clairo แต่สไตล์การแต่งตัวต่างกันเลย อยากให้ทุกคนไปลองติดตามกันดูค่ะ

ตลอดเส้นทางดนตรีของฟ่ง ตั้งแต่ซิงเกิลปล่อยกับค่าย Believe มาจนถึงวง VINI และ titayah มีคติประจำใจอะไรที่ช่วยให้ยังเดินอยู่บนเส้นทางนี้ได้บ้างครับ

จริง ๆ เราก็มีวันท้อนะคะ ถึงในโซเชียลมีเดียจะดูเหมือนเราสู้มาตลอดก็ตาม แต่เวลาท้อ เราจะนึกถึงคำพูดที่ปะป๊าให้ไว้ คือให้ย้อนกลับไปนึกถึงวันแรก ว่าตอนนั้นเราชอบอะไร คิดยังไง แล้วจำความตื่นเต้นนั้นไว้ เพราะบางทีพอทำไปนานๆ เราก็ลืมไปว่าวันแรกเราดีใจแค่ไหน จนบางวันถึงขั้นไม่อยากทำแล้ว เราเลยปล่อยให้ตัวเองเศร้าได้แป๊บหนึ่ง แล้วบอกตัวเองว่าถ้าไม่ทำต่อคงเสียดายมาก ยังมีอีกหลายสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำค่ะ

ในอนาคตเราจะได้ฟังเพลงใหม่จากโปรเจกต์ titayah  อีกไหมครับ

มีแน่นอนค่ะ เดี๋ยวจะมีอีก 4 เพลงให้ทุกคนได้ฟัง ภาพรวมยังอยู่ในความเป็น titayah แต่แต่ละเพลงจะเป็นป็อปที่แตกต่างกัน รอติดตามฟังกันได้เลย

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

Recommended

แปลเพลง : ADÉLA - Nicole Kidman นิโคล คิดแมน แปลเพลง : The White Stripes - Seven Nation Army ไปให้สุดทาง แปลเพลง : ROSÉ - new trick ทีเด็ด แปลเพลง : Dua Lipa - Training Season หมดเวลาที่จะปั้นใครแล้วค่ะ แปลเพลง : Oasis - Slide Away หนีห่างความเป็นจริง

Follow us on

  •  Facebook
  •  Twitter
  •  Instagram
  •  Youtube

ติดต่อเรา

  •  sepsakon@gmail.com

เสพย์สากล

Music in whatever