เสพย์สากล
News Column Interview Review Songs

พูดคุยกับ Creepy Nuts วงดูโอญี่ปุ่นระดับโลก ก่อนขึ้นคอนเสิร์ต The Weeknd

1 ต.ค. (1 วันที่แล้ว)

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

เรียกได้ว่าเซอร์ไพรส์ไม่น้อย เมื่อคอนเสิร์ตของ The Weeknd ที่กำลังจะจัดขึ้นในประเทศไทย ประกาศศิลปินรับเชิญเป็น Creepy Nuts วงดูโอสัญชาติญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จระดับโลก

ปกติแล้วหลายศิลปินมักเลือกวงเปิดเป็นศิลปินหน้าใหม่ แต่โชว์ครั้งนี้เรียกได้ว่า “เล่นใหญ่” เพราะ Creepy Nuts คือวงระดับบิ๊กเนม คอนเสิร์ตครั้งนี้จึงเหมือนได้ดูวงใหญ่แบบเต็มอิ่มทั้งสองวง

Creepy Nuts เป็นวงดนตรีสัญชาติญี่ปุ่น ประกอบด้วย R-Shitei และ DJ Matsunaga เป็นการรวมตัวกันของแร็ปเปอร์ฟรีสไตล์สายรางวัล กับดีเจที่เคยคว้าแชมป์ระดับโลก กลายเป็นจิ๊กซอว์สองชิ้นที่เข้ามาประกอบกันจนกลายเป็น Creepy Nuts

เส้นทางของ Creepy Nuts คือวงญี่ปุ่นที่ค่อยๆ สะสมชื่อเสียงมาเรื่อยๆ ผ่านการแสดงสดสุดดุเดือดที่มีเพียง 2 คนบนเวที แต่ทำเอาคนดูทุกคนตะลึงอ้าปากค้าง จนพวกเขาเริ่มมีชื่อเสียง และได้เซ็นสัญญาระดับเมเจอร์กับ Sony Japan

และแล้วจุดเปลี่ยนสำคัญก็มาถึง พวกเขาได้ปล่อยซิงเกิล “Bling-Bang-Bang-Born” เพลงเปิดของอนิเมะ Mashle: Magic and Muscles ซีซัน 2 ที่โด่งดังจนทุกคนฮัมจังหวะได้ ตามมาด้วย “Otonoke” เพลงประกอบ Dandadan ที่ยิ่งตอกย้ำความร้อนแรงขึ้นไปอีก และนี่คือโมเมนต์ที่ทำให้ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยรู้จัก Creepy Nuts

Creepy Nuts ยังเป็นวงญี่ปุ่นที่ได้ไปทัวร์อเมริกาเหนือ รวมถึงขึ้นแสดงในเทศกาลที่โด่งดังที่สุดในโลกอย่าง Coachella ส่วนความดังในบ้านเกิดอย่างญี่ปุ่นไม่ต้องพูดถึง เพราะคอนเสิร์ตที่ Tokyo Dome บัตรหมดตั้งแต่วันแรกที่เปิดจำหน่าย ตอนนี้พวกเขาคือหนึ่งในฮีโร่ของญี่ปุ่นที่โด่งดังในระดับสากล

เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ Creepy Nuts ก่อนที่พวกเขาจะมาแสดงคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย ในฐานะศิลปินรับเชิญของคอนเสิร์ต The Weeknd: After Hours Til Dawn

ช่วยเล่าถึงตอนที่ Creepy Nuts มาแสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ Summer Sonic Bangkok

R-Shitei: สิ่งที่จำได้แม่นคือคนดูสนุกสนานและคึกคักกันมากจริง ๆ ครับ บนเวทีจะมีทางเดินยื่นออกไป ผมก็เดินออกไปตรงนั้นเพื่อพยายามจะสื่อสารทักทายกับคนดูอย่างทั่วถึง ทั้งคนที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังเลยครับ 

ได้ลองรับประทานอาหารไทยหรือยังครับ

R-Shitei: เอ่อ เรียกว่าอะไรนะครับ ตอนนี้จู่ ๆ ก็นึกชื่อไม่ออก มันคือก๋วยเตี๋ยวแกงกะหรี่... บะหมี่แกงกะหรี่ที่มีชื่อเรียกเฉพาะ อาหารขึ้นชื่ออันนั้นชื่ออะไรน้า ใช่ "ข้าวซอย" รึเปล่านะ ผมได้ทานข้าวซอยที่ใส่เนื้อจระเข้เข้าไปด้วยครับ 

DJ Matsunaga: ส่วนผมกินแค่อาหารจัดเลี้ยงนงาน กับสั่งรูมเซอร์วิสที่โรงแรมตลอดเลยครับ แต่จำได้ว่าวันนั้นบังเอิญตรงกับวันเกิดของผมพอดี พวกผู้จัดการเลยไปซื้อเค้กของไทยมาเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ อันนี้จำได้แม่นเลยครับ

ตอนที่คุณได้ไปขึ้นแสดงที่ Coachella ในสตรีมสดมีแฟน ๆ ชาวไทยเข้ามาให้กำลังใจเยอะมาก การได้ไปแสดงในเทศกาลดนตรีระดับโลกขนาดนั้นมีความหมายอย่างไรต่อพวกคุณทั้งสองคนบ้างครับ

R-Shitei: ตอนที่เห็นผู้ชมที่ Coachella ตอบรับและสนุกไปกับเราขนาดนั้น มันช่วยสร้างความมั่นใจให้พวกเรามากเลยครับ เพราะโชว์สัปดาห์แรกนี้ก็เหมือนเป็นช่วงแรกของ North American Tour ของเราด้วย ก่อนขึ้นเวทีเราก็กังวลกันมากว่า ท่ามกลางผู้ชมจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษและคนจากทั่วโลกแบบนี้ เขาจะสนุกไปกับเราไหม แต่พอได้เล่นจริงๆ ฟีดแบ็กที่ได้กลับมาดีเกินคาดเลยครับ ทำให้เรามั่นใจขึ้นมาก ว่าภาษาญี่ปุ่นแนวแร็ปที่มีความเฉพาะตัว กับสไตล์ดนตรีแบบนี้ของเรา มันไปได้จริงๆ

พูดถึงอัลบั้ม LEGION เพลงฮิตที่สุดคงเป็น "Bling-Bang-Bang-Born" กับ "Otonoke" แต่เพลงหนึ่งที่ผมได้ฟังเวอร์ชันแสดงสดแล้วกลายเป็นเพลงที่ชอบที่สุดคือเพลง "Japanese" ช่วยเล่าเบื้องหลังของเพลงนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ 

R-Shitei: จุดเริ่มต้นคือท่อนฮุกของเพลงนี้ ซึ่งเป็นคำวนอยู่ในหัวผมมานานมากแล้วครับ พอคนญี่ปุ่นอย่างเราจะทำฮิปฮอปที่มีต้นกำเนิดจากอเมริกา เราก็มักจะคิดว่าจะสื่อสารยังไงดี เวลาคนพยายามพรีเซนต์ความเป็นญี่ปุ่นให้ฝรั่งเข้าใจง่าย ๆ ก็มักจะเอาตัวเองไปเปรียบเป็นซามูไรบ้าง หนังคาราเต้คิดบ้าง แต่ผมก็แอบตั้งคำถามว่า เราจำเป็นต้องโชว์ Stereotype แบบนั้นจริงเหรอ

ตัวตนคนญี่ปุ่นยุคนี้มันคือการผสมวัฒนธรรมตะวันตกกับเอเชียเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนต่างหาก นั่นแหละคือ "Japanese" ตัวจริง แล้วเราก็อยากสะท้อนตัวตนแบบนั้นออกมาตลอด พอเพลง "Bling-Bang-Bang-Born" กับ Otonoke เริ่มมีคนฟังทั่วโลก ผมเลยคิดว่าถึงเวลาหยิบไอเดียนี้มาทำเป็นเพลงจริงจังซะที โดยตั้งเป้าไว้เลยว่าอยากเอาเพลงนี้ไปเล่นสดที่อเมริกา

ในเวิร์สแรก เราพูดถึงหนังฮอลลีวูดที่ชอบใส่ภาพจำญี่ปุ่นแปลกๆ เช่น คนญี่ปุ่นต้องถือดาบ หรือบอดี้การ์ดยากูซ่าเป็นซูโม่นุ่งผ้าเตี่ยวผืนเดียว ซึ่งจริงๆ มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นเลย

แต่พอมาเวิร์สสอง เราก็ยอมรับว่า "เราเองก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน" คนญี่ปุ่นก็หยิบฮิปฮอปอเมริกา หยิบอาหารชาติอื่นมาปรุงในแบบเรา จนกลายเป็นของใหม่ที่ต้นฉบับอาจมองว่าแปลกเหมือนกัน Creepy Nuts เองก็เอาฮิปฮอปมาผสมกับวิถีชีวิตคนญี่ปุ่น จนได้ผลงานในแบบของเรา

สุดท้ายมันไม่ใช่การปฏิเสธหรือต่อว่ากัน แต่เป็นการบอกว่า "อ๋อ ยูมองเราแบบนี้นี่เอง ส่วนไอมองยูแบบนี้เหมือนกันนะ" ทั้งหมดนี้เกิดจากความรักในวัฒนธรรมนั้นๆ ครับ และนี่แหละคือการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม ถ้าเรายอมรับและคุยกันได้ มันอาจนำไปสู่ความเข้าใจและสันติภาพได้ในที่สุด

แล้วทั้งคู่มีศิลปินต่างประเทศที่ชื่นชอบเป็นพิเศษไหมครับ

DJ Matsunaga: สำหรับผม จุดเริ่มต้นที่ได้สัมผัสกับดนตรีครั้งแรกคือภาพยนตร์เรื่อง The Blues Brothers ครับ ตอนอยู่ช่วงประถม ผมได้ไปเช่าม้วนวิดีโอมาดูแล้วประทับใจมาก ซีดีแผ่นแรกในชีวิตที่ได้มาก็คืออัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ในหนังมีทั้ง James Brown, Aretha Franklin, Eric Clapton และศิลปินระดับตำนานอีกเพียบ 

ผมก็เริ่มตามฟังผลงานของพวกเขา จากนั้นก็เริ่มฟังเพลงสากลอื่น ๆ อย่าง The Beatles จนกระทั่งตอน ม.ต้น ก็เริ่มมาชอบฮิปฮอป ทุกวันนี้ผมยังกลับไปฟังซาวด์แทร็ก The Blues Brothers อยู่บ่อย ๆ สิ่งที่ผมชอบและอยากทำในดนตรีทุกวันนี้ ล้วนมีจุดกำเนิดและถูกหล่อหลอมมาจากอัลบั้มนั้นครับ

R-Shitei: คนที่ผมฟังบ่อยที่สุดในตอนนี้ น่าจะเป็น Rema ศิลปินชาวไนจีเรียครับ เขาเป็นแร็ปเปอร์ที่มีสไตล์ดนตรีแบบ Afrobeats ชัดเจน และมีลูกเล่นกลิ่นอายแบบเรกเก้อยู่เยอะมาก แม้ว่าศิลปินที่ผมฟังจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามช่วงเวลา แต่ช่วงนี้ผมเปิดฟัง Rema บ่อยที่สุดเลยครับ

เล่าถึงความรู้สึกที่ได้เป็นศิลปินรับเชิญให้กับคอนเสิร์ต The Weeknd

R-Shitei: รู้สึกเป็นเกียรติมากครับ ทั้งเป็นเกียรติและรู้สึกประหม่า เกรงใจและตื่นเต้นมาก ๆ ตอนนี้ในใจเลยมีความรู้สึกทั้งกังวลและตั้งตารอคอยปะปนกันไปหมดครับ

ปกติพวกคุณได้ติดตามเพลงของ The Weeknd ไหมครับ มีเพลงไหนขที่ชอบเป็นพิเศษบ้างไหม?

R-Shitei: ส่วนตัวผมมักจะฟังเป็นอัลบั้มเต็มครับ ถ้าของ The Weeknd อัลบั้มที่ผมฟังบ่อยที่สุดน่าจะเป็น After Hours กับ Starboy ครับ

DJ Matsunaga: สำหรับผม ตอนที่พวกเราจัดรายการวิทยุ 'All Night Nippon' ทุก ๆ สัปดาห์จะมีเพลง "I Feel It Coming" เปิดเป็นดนตรีประกอบคลออยู่ตลอด เพลงนี้เลยมีความหมายและตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผมมาก พอได้ยินเพลงนี้ทีไรจะทำให้นึกถึงช่วงเวลาในตอนนั้นเสมอครับ

พวกคุณเคยแสดงในสถานที่หลายขนาดมาก ทั้งอารีน่า สเตเดียม ไปจนถึงเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ พวกคุณเตรียมตัวอย่างไรสำหรับโชว์ในสเกลที่ใหญ่ขนาดนั้น

R-Shitei: ถ้าในมุมของผม การเตรียมตัวไม่ว่าจะเวทีขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่ได้ต่างกันมากครับ สิ่งที่ต่างจริงๆ ไม่ใช่ขนาดของสถานที่ แต่เป็นเรื่องของ "ภาษา" เวลาไปต่างประเทศที่ภาษาเปลี่ยนไป เราจะสื่อสารกับคนดูอย่างไร เช่น ถ้าไปไทย ก็ต้องเตรียมจำคำภาษาไทยไปบ้าง และคิดว่าจะเชื่อมโยงกับทุกคนอย่างไรเมื่อมีกำแพงภาษาครับ

DJ Matsunaga: ผมเองก็เตรียมตัวเหมือนเดิมครับ และมองว่า "การไม่เปลี่ยนแปลง" คือจุดเด่นของเรา ปกติศิลปินฮิปฮอปเวลาขึ้นเวทีใหญ่ๆ มักจะเพิ่มวงฟูลแบนด์ มีแดนเซอร์ หรือฉากอลังการ แต่สำหรับ Creepy Nuts ไม่ว่าจะเวทีใหญ่แค่ไหน เรายังคงยึดมั่นในรูปแบบ 1 MC 1 DJ มีแค่ไมโครโฟนกับเทิร์นเทเบิล เวทีอาจจะดูโล่งๆ มินิมอล แต่เราใช้พลังของดนตรีสด ๆ เติมเต็มพื้นที่ขนาดใหญ่นั้นให้เต็มครับ

ครั้งนี้พวกคุณจะได้มาแสดงที่ไทยถึง 3 วัน มีอะไรที่อยากทำระหว่างอยู่ที่ไทยบ้างไหมครับ

R-Shitei: อยากให้ช่วยแนะนำสถานที่หน่อยครับ ผมอยากลองเดินเล่นชิล ๆ แล้วลองแต่งเนื้อเพลงที่เมืองไทยดู อยากรู้ว่าพออยู่ต่างประเทศแล้วจะมีไอเดียอะไรใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาบ้าง ถ้ามีที่ไหนแนะนำบอกได้เลยนะครับ

ผมแนะนำให้ไปล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาครับ จากบนเรือจะมองเห็นวัดวาอารามเก่าแก่ สำหรับผมถือเป็นหนึ่งในวิวที่สวยที่สุดของกรุงเทพฯ เลยครับ

R-Shitei: แม่น้ำเจ้าพระยา! ถ้ามีเวลาจะลองไปดูครับ

DJ Matsunaga: คราวที่แล้วผมไม่ได้ออกไปทานอาหารท้องถิ่นเลย คราวนี้เลยอยากลองไปร้านอาหารทั่วไปที่คนในพื้นที่เขากินกันจริงๆ

มีข้อความอะไรอยากฝากถึงแฟนๆ ชาวไทยที่จะมารอดูโชว์ของพวกคุณในคอนเสิร์ต The Weeknd ไหมครับ

R-Shitei: คิดว่าน่าจะมีหลายคนที่เพิ่งเคยดูพวกเราเล่นสดเป็นครั้งแรก อาวุธสำคัญของเราคือการโชว์ให้เห็นว่าแค่แร็ปกับดีเจก็สามารถสะกดคนดูและพาทุกคนมันส์ไปด้วยกันได้ขนาดไหน ไม่ว่าจะรู้จักเพลงของเรามาก่อนหรือไม่ อยากให้มาร่วมสนุกไปด้วยกันนะครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ!

DJ Matsunaga: อยากชวนทุกคนมาชมโชว์ครั้งนี้กันครับ และถ้าเป็นไปได้ ในอนาคตพวกเราก็อยากจะกลับมาจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวๆของ Creepy Nuts ที่ไทยให้ได้สักครั้ง จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้างโอกาสนั้นร่วมกับแฟน ๆ ทุกคนครับ

Creepy Nuts จะขึ้นแสดงเปิดให้กับคอนเสิร์ต The Weeknd: After Hours Til Dawn Tour ในวันที่ 11-13 ตุลาคมนี้ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Live Nation Tero

#CREEPYNUTS #INTERVIEW

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนของคุณ

Recommended

Linkin Park ปล่อยวิดีโอแสดงเพลง “Waiting For The End” จากคอนเสิร์ตที่บราซิล Rex Orange County ประกาศอัลบั้ม Dream Fatigue พร้อมปล่อยเพลง "Grandma Song" Linkin Park ปล่อยอัลบั้มบันทึกการแสดงสด Unshatter: Live In São Paulo The Further Mis-Adventures of Cliff Booth ใช้เพลงประกอบตัวอย่างจาก Led Zeppelin Queens of the Stone Age ปล่อยเพลง "Where The Goth Girls At?"

Follow us on

  •  Facebook
  •  Twitter
  •  Instagram
  •  Youtube

ติดต่อเรา

  •  sepsakon@gmail.com

เสพย์สากล

Music in whatever